[FIC] สภาวะทิ้งตัว Part.5 - yoonhojaejoong

posted on 31 Jan 2012 20:21 by wannwann33
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

การไม่มีความรักคือความเจ็บปวด

 

แต่การมีความรักและไม่สามารถบอกออกไปได้มันเจ็บปวดยิ่งกว่า

 

 

 

สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้มันถูกแล้วเหรอครับ?

 

ผมควรจะหาทางออกแบบไหนให้กับหัวใจของผมดี หืม?

 

 

ผมมันเด็กไม่ดีใช่ไหม ยุนโฮถึงไม่เห็นผมสักที

 

 

 

หรือเพราะเราอาจจะใกล้กันมากเกินไป ใช่ไหมครับ?

 

 

 

บอกผมที...

 

 

 

 

 

ตอนนี้บ้านปาร์คระอุราวกับสนามรบเลยครับแม่ง สาเหตุก็เพราะผมนี่แหละ คือผมสาบานว่าช็อคจริงๆครับ ถ้าเป็นแต่ก่อนคงเฉยๆไม่รู้สึกอะไร แต่ทุกวันนี้ ตรรกะเปลี่ยนไปเพราะผมชอบยุนโฮ...มัน เจ็บจังเลยครับ บอกไม่ถูก แต่เจ็บเป็นบ้าเลย ยุนโฮไม่เข้าใจผมหรอก ผมเคยคิดนะ อยากให้เรื่องจบๆไปโดยการที่ผมตะโกนบอกรักใส่หน้ามัน ให้จบแบบนั้นเลย แต่มันหมายถึงจบความเป็นเพื่อนของเราสองคนไปด้วย

 

จบแบบเหรียญสองด้าน

 

จบแล้วจาก

 

กับ

 

จบแล้วเริ่มต้นใหม่

 

 

 

ผมนั่งวาดภาพเรื่อยเปื่อยอยู่ริมระเบียงครับ ในบ้านมีปาร์ค อาอิน ชางมิน จองฮุน มินโฮ มาครมทีมเป๊ะ ยกเว้นยุนโฮ ผู้หญิงคนนั้นคือแฟนใหม่มันครับ อิมยุนอา ดาวคณะอักษรปีนี้ น่ารักจริงๆครับ ผมจะไม่เจ็บปวดเลย ถ้าเมื่อสองวันก่อนมันไม่ได้มาทำให้ผมใจสั่น มานอนกอดผม ผมรู้นะมันไม่ได้คิดอะไร และไม่ได้หวังให้มันมารู้ว่าผมคิดอะไรด้วย ผมจะไม่โกรธมันเลย ถ้ามันไม่เอาแฟนมันมานั่งทานข้าวกับพวกผม ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาการอึดอัดสิ้นดี พวกเราไม่เคยพาแฟนมานั่งทานข้าวกับเพื่อน แฟนในที่นี่ไม่ใช่แบบ ชางมิน มินโฮ ที่ดูก็รู้ว่าเป็นตัวจริงยิ่งกว่าจริงของกันและกัน แฟนของพวกผม หมายถึงคนที่คบแบบไม่ผูกมัด

 

มินโฮคือหนึ่งในกลุ่มของพวกเราไปแล้ว แต่ยุนอาไม่ใช่ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงได้ทำแบบนี้ เราไม่เคยทำแบบนี้ แม้แต่จองฮุนที่ว่าเจ้าชู้ แต่มันก็ไม่เคยเอาเพื่อนกับแฟนชั่วคราวมาปนกันให้ปวดหัว 

 

อันที่จริง พวกเวรนั่นมันกะจะเซอไพรส์ผมครับ ให้ผมได้มากินข้าวกับยุนโฮอะไรแบบนี้ นัดกันที่คณะกลางมหา'ลัยอย่างอักษรฯ แต่กลับกลายเป็นว่าผม...ถูกเซอร์ไพรส์เอง

 

 

 

 

"ไอ้ควาย มึงจะไปทางนั้นทำไม มึงเห็นไหมว่าไอ้สวยมันเสียใจแค่ไหนแล้ว!"

"แล้วกูจะตรัสรู้ไหมครับท่านปาร์ค กูก็ช็อคเหมือนกันนั่นแหละ"

"ไอ้เชี่ยยย หมดกัน ไอ้สวยที่กูสู้อุตส่าห์ทะนุถนอมอย่างดีไม่ให้เจ็บปวด เชี่ยเอ้ยยยยย..."

 

 

เสียงปาร์คกับจองฮุนตีกันดังมาจากในบ้าน ผมอดหัวเราะเบาๆไม่ได้ พวกมันเป็นห่วงผม แต่คงไม่รู้จะทำตัวยังไง ก็เราไม่เคยเจอเคสเพื่อนรัก รักเพื่อนนี่ครับ เป็นผม ผมเองก็คงทำตัวไม่ถูกเหมือนกันแหละ 

 

 

"มึงก็รู้ๆว่ายุนโฮมัน..."

"…"

"…"

 

 

ผมพยายามจะกลั้นน้ำตานะครับ ผมยอมรับความจริงไม่ได้จริงๆ ข้อที่ว่าเราเป็นเพื่อนกัน มันไม่ได้คิดอะไรกับผมเลย มันไม่ได้ชอบผู้ชาย...

 

 

"มันไม่ได้ชอบแจจุง..." 

"เชี่ย บ้าเอ้ย ทำไมต้องเกิดเรื่องเวรๆแบบนี้ด้วยนะ"

 

 

ผมเพิ่งรู้มาว่าตลอดมา พวกมันพยายามปกป้องผมแค่ไหน คนมีความรักมักเปราะบาง ตั้งแต่ผมเริ่มชอบมัน พวกปาร์คก็พยายามกันผมออกจากเรื่องรักๆใคร่ๆของยุนโฮมัน มันรู้อยู่แล้วล่ะครับ ว่าไม่มีใครหน้าไหนอยากให้คนที่ตัวเองชอบไปอยู่กับใครคนอื่น ยอมเคยคิดว่าผมยอมรับได้นะครับ แต่เอาเข้าจริงมันไม่ง่ายเลย ปวดหนึบ เจ็บหนัก เป็นการแอบรักที่ทรมานที่สุดตั้งแต่ท่ีเคยมีมาเลย

 

ใครจะล่วงรู้ว่าวันหนึ่ง...ผมจะตกหลุมรักผู้ชาย

 

ผู้ชาย…ที่เป็นเพื่อนสนิทของผมเอง

 

 

 

 

"แจจุง..."

 

ประตูกระจกเลื่อนออก ปาร์คเรียกชื่อผม สาวเท้าก้าวเข้ามานั่งหย่อนขาริมระเบียงเป็นเพื่อน ผมมองหน้ามันยิ้มๆ

 

"ไม่เป็นไร"

"ตอแหล" มันสวน "โกหกชัดๆ"

"หึ"

 

 

จริงๆแล้ว ผมรับรู้มาตลอดว่ายุนโฮก็ยังเหมือนเดิม เจ้าชู้ มีแฟน เบื่อง่าย เลิกไวเหมือนเดิม ที่ไม่เหมือนเดิมคือผมครับ ผมคงไปไหนมาไหนกับมันโดยบริสุทธิ์ใจไม่ได้ ผมคงฟังมันคุยเรื่องสาวๆของมันไม่ได้ สรุปแล้วคนที่ผิดมันก็คือผมเอง ผมแค่ยอมรับความจริงไม่ได้จริงๆ

 

ความจริงที่ว่า เราคือ "เพื่อน" กัน เราเป็น "ผู้ชาย" เหมือนกัน และมันไม่ได้ "รัก" ผม แต่ผมเสือกไป "รัก" มัน

 

 

"มึงรู้ใช่ไหม?" ปาร์คว่า มันจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ผมวางพู่กันลง ก่อนเอนกายลงนอนหนุนแขนตัวเอง

"ว่า…"

"…"

"กูรู้ว่ายุนโฮมันไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย” ผมแค่นยิ้ม ครับ...สุดท้ายแล้วผมก็แค่โกหกตัวเองมาตลอดเวลา ไม่ยอมรับความจริงว่ายุนโฮไม่ได้ชอบผู้ชาย ยุนโฮเป็นเพื่อนของผม การโกหกที่ดึงผมจมดิ่งไปสู่โลกแห่งการโกหกอันแสนหวาน ความสุขชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ผ่านมา...และผ่านไป ทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดไว้ให้พร้อมร่องรอยของน้ำตา 

“มึง...” ปาร์คเรียกผม ก่อนที่มันจะเงียบไปชั่วขณะ ด้วยห้วงอารมณ์ที่คงพูดอะไรไม่ถูก

“หืม...” ผมหันไปมองหน้ามัน ราวกับจะรับรู้ว่ามันจะพูดอะไรออกมา...น้ำตาผมไหลเสียแล้ว เชี่ยเอ้ย

“ถ้ามันเจ็บขนาดนี้...”

 

“...”

 

 

“ตัดใจไหม?”

 

 

 

 

ปาร์คพูดจบ พร้อมๆกับน้ำตาของผมที่ไหลออกมาหนักกว่าเดิม ผมมองหน้ามัน ก่อนที่มันจะดึงผมขึ้นไปกอด ปาร์คกอดผมอยู่อย่างนั้นหลายนาที กระทั่งเป็นชั่วโมง เราไม่สามารถทำอะไรได้ ปาร์คก็พูดอะไรไม่ออก ผมทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้ เรากอดกันแน่น เสื้อปาร์คชุ่มไปหมด แต่ผมมั่นใจ ว่ามันเต็มใจที่จะอยู่เป็นเพื่อนผม...แบบนี้

 

ฝ่ามือหนักๆวางลงบนศีรษะผม จองฮุน อาอิน ชางมิน มินโฮเดินตามกันออกมา เรานั่งจมจ่อมกับความรู้สึกของแต่ละคนใต้แสงอาทิตย์ในยามเย็น จมลงไปในความรู้สึกที่แก้ไขไม่ได้ ไม่มีทางออก ไม่อยากจะยอมรับ…

 

 

ผมจะ...

 

ผมจะรักยุนโฮไม่ได้อีกต่อไปแล้วใช่ไหม? 

 

 

 

 

 

 

 

มินิคูเปอร์เอสสีน้ำเงินเลี้ยวเข้าสู่รั้วบ้านหลังสวยในตอนหัวค่ำ ผมจอดรถเข้าที่จอดรถประจำของผม แว่นกันแดดทรงแกดิเอเตอร์ถูกสวมทับใบหน้าได้รูปเพื่อปกปิดร่องรอยดวงตาที่บวมช้ำ ผมหอบกระเป๋าเป้และกระเป๋าเดินทางใบเล็กลงจากหลังรถด้วยท่าทางอิดโรย พี่ฮีชอลยืนกอดอกเบ้ปากอยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางหมั่นไส้ ผมคิดถึงพี่ฮีชอลมากๆเลย พี่ชายของผม...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะคอยยืนข้างๆผม เมื่อใดที่กลับบ้านมา ก็จะพบพี่ๆคอยต้อนรับด้วยความอบอุ่นเสมอๆ...

 

“หายหัวไปตั้งนานไอ้สวย นี่เพิ่งได้ฤกษ์กลับบ้านหรือไง?” พี่ฮีชอลมาถึงก็จิกกัดเลยครับ แต่ผมเหนื่อยเหลือเกินเลยไม่ได้โต้ตอบอะไรเกินจำเป็นไป ได้แต่ยิ้มอ่อยๆและกอดพี่ฮีชอลไว้แน่น

“คิดถึงจัง...” ผมอ้อน พี่ฮีชอลถอนหายใจก่อนยกมือลูบหัวผมเบาๆ

“แม่คิดถึงเราจะแย่ หายหัวไปตลอดไม่ค่อยกลับบ้าน”

“งานเยอะ”

“เออ ดูแลตัวเองดีๆก็แล้วกัน” พี่ฮีชอลจูงมือผมเข้าไปในบ้าน พี่ๆเขามักจะสลับกันโทรเช็คสภาพผมเป็นประจำแหละครับ ไม่ต้องห่วง เราคุยกันทุกวันอยู่แล้ว

“วะ วะ วะ ว้าวววววววววววววว ไอ้แจจุงกลับบ้าน นี่ใครปักตะไคร้เรียกเหรอจ๊ะ พี่ฮีชอลเหรออออ ระวังน้ำท่วมนะ” ไม่ทันที่จะได้ไปเก็บของ ไอ้พี่ชีวอนก็เดินเฉิบเข้ามาพร้อมกับปากเปราะๆของมัน มันทักทายด้วยประโยคล่อแหลมชวนให้พี่ฮีชอลเตะหัวทิ่มจริงๆ

“ทำไม กลับไม่ได้เหรอ?” ผมเบะปากใส่ พี่ชีวอนเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามากอดใหญ่

“โอ๋ๆๆๆๆ ล้อเล่นน่า เขาคิดถึงกันจะแย่ กลับมาก็ดีแล้ว วันนี้เราไปนอนห้องพี่ฮีชอลกันนะ”

“นี่แก ใครใช้ให้แกมานอนเพื่อทำความพินาศฉิบหายในห้องฉัน?”

“เจ้...โอย น้องมันกลับบ้านก็เอาหน่อยน่า นะ แจ ไปเล่นวินนิ่งห้องเจ้กัน”

“ถามเจ้ดิ”

“ไม่ต้องถามหรอก ไปๆ ไปกินข้าวกัน แม่กลับมาดึกๆนะ ออกไปกับเพื่อน พ่อไปต่างประเทศยังไม่กลับเลย พี่เจย์กำลังกลับ เพิ่งไปพบลูกค้ามา”

 

พี่ชีวอยนร่ายยาวก่อนดึงผมเข้าไปในห้องครัวโดยมีพี่ฮีชอลเดินตามเข้าไป บ้านเรามีกันสี่พี่น้องครับ ลูกชายหมดเลย เจ๋งเลยใช่ไหม พี่คนโตคือพี่เจย์ คิมเจย์ เรียนจบแล้วครับ ตอนนี้ทำงานในบริษัทพ่อ ทายาทอันดับหนึ่งก็งี้แหละ งานหนักมากแทบไม่มีเวลาหาแฟนเลย

 

พี่ฮีชอลตอนนี้เรียนจบแล้ว ทำงานเป็นบอกอหนังสือแฟชันเล่มดัง ฉีกแนวออกจากตระกูลไปเรียบร้อย ผมชอบอยู่กับพี่ฮีชอล เพราะพี่ฮีชอลถึงจะปากร้าย แต่ก็ใจดี และแน่นอน พี่ฮีชอลรู้ในตัวเองเสมอว่าอยากได้อะไร อยากทำอะไร และทำสิ่งนั้นให้มันสุดๆ ไม่ว่าพี่ฮีชอลจะชอบใคร พี่ฮีชอลจะไม่เก็บมันเอาไว้

 

พี่ฮีชอลเป็นแฟนกับพี่ฮันคยอง นักธุรกิจคนดังจากประเทศจีน พบรักกันที่กรุงปักกิ่งเมื่อสองปีก่อนสมัยพี่ฮีชอลเริ่มทำงานหนังสือใหม่ๆและต้องไปทำคอลัมน์ที่นั่น พี่ฮีชอลชอบพี่ฮันคยองตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า และไม่สนใจว่าใครจะพูดอะไร เรียกว่าดับเครื่องชนเข้าไปเลย มีบ้างที่ร้องไห้โยเยกลับมาหาพี่เจย์ ผิดหวังบ้าง แต่พี่ฮีชอลก็มักจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งโดยไม่ยอมถอดใจ จนกระทั่งพี่ฮันคยองก็ยอมรับว่ามีใจให้กับคนๆนี้อยู่เหมือนกัน

 

ส่วนพี่ชีวอนอายุมากกว่าผมปีนึง เราก็เลยค่อนข้างสนิทกัน เป็นลูกหัวปีท้ายปีเลยครับ พี่ชีวอนเรียนจบแล้วจากอเมริกา หลักสูตรเร็วกว่าผม เลยจบเร็วกว่าผมหลายเดือนอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ก็พัก ชิว สักพักก็จะโดนลากเข้าไปทำงานแล้วครับ ช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวความสุข

 

 

เรานั่งทานอาหารด้วยกันสี่พี่น้อง พูดคุยกันเรื่อยเปื่อย ดูพี่ๆทุกคนจะทำเป็นไม่สนใจใบหน้าทุเรศๆของผม พี่เจย์ยังรักผม โอ๋ผมเหมือนเดิมในฐานะน้องเล็ก ยังความหมั่นไส้มาสู่ชีวอนที่มักจะโดนพี่เจย์เล่นงานเสมอๆ

 

เสร็จจากมื้ออาหารแล้ว ผมก็โดนชีวอนลากไปที่ห้องนอนพี่ฮีชอลทันที พี่ฮีชอลก็บ่นว่าพี่ชีวอนชอบย่องมานอนด้วย ไม่ก็ไปนอนกับพี่เจย์ ไม่รู้เป็นบ้าอะไร คงจะกลัวผี คือพี่ชีวอนเป็นโรคกลัวความมืด กลัวผีมาตั้งแต่เด็กๆ ก็พี่ฮีชอลนั่นแหละ ที่จับน้องขังไว้ในตู้เสื้อผ้าอ่ะ

 

ผมอาบน้ำเสร็จก็กลิ้งบนเตียงพี่ฮีชอลสบายใจเฉิบ ส่วนเจ้าของห้องไปนั่งกระดกเบียร์คุยโทรศัพท์งุ้งงิ้งเขินตัวบิดเป็นกุ้งอยู่ตรงระเบียง พี่ชีวอนบอกว่า พี่ฮีชอลชอบทำตัวกระแดะ อย่างกะถูกจีบใหม่ๆ หมั่นไส้มาก

 

ผมนอนดูทีวีกับพี่ชีวอนอยู่บนเตียงพี่ฮีชอล สามทุ่มกว่าๆแล้ว ผมง่วงจริงๆเลยครับ...

 

หลังจากที่ปาร์คบอกให้ผมตัดใจในเมื่อวาน ผมเอาแต่คิด และนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน จะสุดท้ายก็ทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาจัดกระเป๋าเพื่อกลับบ้านตอนตีสี่ ปาร์คตื่นมาหน้างัวเงียได้เหี้ยมาก มองหน้าผมนิดหน่อย ก่อนจะยิ้ม แล้วมันก็ล้มตัวไปนอนต่อ...

 

มันบอกว่า กลับไปก็ดี ถ้าอยู่กับมันแบบนี้ ไม่พ้นสองวันได้เจอหน้ายุนโฮแน่ๆ

 

 

ผมเองอยากให้หัวใจได้หายใจบ้าง ให้มันได้พักผ่อน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเต้นแรงเพราะเจ็บปวด หรือเพราะยุนโฮทำร้ายมัน...

 

 

“กลับบ้านมาแบบนี้...อกหักเหรอวะ?”  

 

 

ชีวอนถาม ผมชะงักนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากมายนัก ถ้าชีวอนไม่รู้นี่สิ ถึงจะตื่นเต้น เราเป็นพี่น้องกัน แค่มองหน้าก็เหมือนจะรู้ใจแล้วด้วยซ้ำ

 

 

“ไม่เชิง”

“ทำไมต้องไม่เชิง” ชีวอนขมวดคิ้ว

“...ก็เพราะยัง...ไม่ได้บอกเขาไป” ผมกระซิบเสียงแผ่วเบา พลางเอนหัวพิงไหล่พี่ชีวอนอย่างอ่อนแอเหลือเกิน ชีวอนเหลือบตามองผมนิดหน่อย ก่อนยกมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆอย่างเข้าใจ

“ไม่บอก...แล้วจะอกหักได้ยังไง เขายังไม่รู้เลย เขายังไม่รู้ว่ารัก เราก็ไม่รู้ว่าเขารักไหม เอาอะไรมาวัด...จะเราอกหัก”

“...ไม่รู้สิ เหมือนแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม”

“ไม่เริ่มก็ไม่แพ้ มึงไม่ได้แพ้ใครเว้ย แจจุง มึงแค่แพ้ตัวเอง”

“...”

“และถ้าสมมุติว่า...เขาไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับแจจุงล่ะ พี่ชีวอน...ถ้าเขา...”

“ก็แค่กลับไปเป็นเหมือนเดิม...ก่อนหน้าที่เรายังไม่มีเขา...”

“ไม่มีทาง”

“ทำไม?”

“มัน...ไม่ใช่แค่ปี...สองปี...มันเกือบ...ยี่สิบปีแล้วที่อยู่ด้วยกันแบบนี้” ผมว่า น้ำตาพาลจะไหล

“เยดเข้!” พี่ชีวอนเองก็คงช็อคน่าดู มันตะโกนลั่นอย่างตกใจ พลางเหลือบมองหน้าผม “อย่าบอกนะ ว่าเป็นหนึ่งในพวกแก๊งค์ไอ้หล่อน่ะ”

 

พี่ชีวอนเรียกพวกยุนโฮว่าแก๊งค์ไอ้หล่อ และหาว่าผมเป็นปมด้อยของพวกนั้น

 

“อืม...”

“เออๆ กูจะไม่ถามว่าเป็นใครนะแจจุง และถึงกูพูดอะไรไปมันก็ดูไม่ดี เป็นครั้งแรกที่กูกลัวความรักเลยอ่ะ แม่งแบบ...มันพูดไม่ถูกจริงๆว่ะ มึงไม่ได้...มึงก็ต้องเสียไป”

“ไม่มีทางไหนเหรอ ที่จะได้มันมาพร้อมกันทั้งความรักและมิตรภาพนะ” ผมซุกอกชีวอน กอดเอวพี่ชายแน่นราวกับพี่ชีวอนคือที่พึ่งเดียวของผมตอนนี้

“...แจจุง ไม่เอา อย่าร้องไห้น่า...”

“...”

“ไม่มีพ่อแม่คนไหน เลี้ยงลูกให้โตมา เพื่อไปร้องไห้ให้กับคนอื่นหรอกนะเว้ย”

“ฮึก...”

“เออ มึงร้องไปเถอะ กูขอโทษ” แล้วนี่ผมจะขำหรือผมจะโกรธมันดี

“เขา...เขาดีกับแจจุงมากเลยนะ” ผมสะอื้นกับอกพี่ชายเสียงแผ่ว “ดีจนแจจุงเผลอคิด...”

“แจจุง...”

 

เสียงพี่ฮีชอลกระซิบแผ่วๆดังใกล้เข้ามา ก่อนที่เตียงจะยวบลงตามแรง พี่ฮีชอลกอดผมไว้อีกทีหนึ่ง กอดผมไว้เบาๆ...

 

 

“ความดีไม่ใช่ทุกอย่างของความรัก ถ้าจะรัก ต่อให้เลวเท่าไหร่ เราก็รัก...อย่าคิดว่าทำไมเขาทำดีกับเราแล้วเขาถึงไม่รักเรา ถ้าเขาจะไม่รัก เขาก็ไม่รัก” 

 

 

จุกครับ...จุกมาก ชีวอนพูดมาเป็นชั่วโมงยังไม่จุกเท่าประโยคเดียวของพี่ฮีชอลเลย ผมสะอื้นหนักเข้าไปอีก รู้สึกแย่ เหมือนโดนโยนลงไปในหุบเหวที่ไร้ก้น ไม่มีที่สิ้นสุด ตกลงไป ลอยละล่องท่ามกลางความหวาดกลัว ไม่มีที่สิ้นสุด

 

“บอกเขาไปเถอะแจจุง...อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร เก็บไว้ตลอดชีวิตมันเจ็บกว่านะ เพราะมันตัดใจไม่ได้ เห็นหน้าเขาตลอดเวลาอยู่อย่างนั้น”

 

“ให้มันรู้ๆกันไปเลย”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมตัดสินใจแล้ว...ผมจะบอกยุนโฮ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซะที่ไหนล่ะ...แค่มองหน้ายังไม่กล้าเลย ไอ่สัด!

 

ป๊อดจังเลยครับ เมี่อคืนผมต้องนอนหลับไปพร้อมน้ำตา ตื่นมาพี่ฮีชอลกรี๊ดบ้านแทบแตก เอาคอนซีลเลอร์โบกจนหนาเป็นแพ กลัวว่าเหงื่ออกแล้วจะเป็นคราบแล้วอุบาทว์กว่าเดิม ผมมามหา’ลัยโดยพี่ฮีชอลแวะมาส่ง ไม่กล้าให้กลับมาเองครับ กลัวจะแหกโค้งตายคาปากซอยหมู่บ้าน ฮ่าๆๆๆๆ เดี๋ยวชีวอนจะมารับกลับครับ

 

ผมลงรถที่โรงอาหารกลาง ปาร์คไลน์มาบอกแล้วว่าถึงแล้ว เดี๋ยวค่อยไปคณะด้วยกัน ข่าววงในบอกว่า ยุนโฮกำลังจะมาแล้ว ให้ผมเตรียมใจไว้ก่อนเลย ซึ่งจริงๆแล้วผมไม่อยากเจอหรอกนะครับ แต่ผมไม่อยากทำตัวแปลกๆไป เอาเป็นว่าถ้าผมไม่ไหวแล้วผมค่อยปลีกตัวออกมาก็แล้วกัน...

 

ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปเลย...ใครบางคนที่ผมไม่อยากเจอที่สุดในวันนี้ ก็ก้าวเข้ามายืนข้างๆผม มันยืนหยุดนิ่ง ปราศจากเสียงพูดใดๆ ไหล่มันเกยไหล่ผม ผมรู้ตัว รู้สึกทุกอย่าง ผมรู้สึกร้อนผะผ่าวที่ใบหน้า หัวตา และปลายจมูกราวกับจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้ มันยืนใกล้กับผมมากจนผมใจหาย มันจ้องหน้าผม เราสองคนยืนนิ่งอยู่ข้างๆกันที่ประตูโรงอาหาร มันไม่พูดอะไรอยู่เกือบนาทีจนผมรู้สึกกลัวเหลือเดิน ผมไม่ค่อยกล้าสบตามันเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นไป...

 

ผมอยากบอกว่าผมไม่พร้อม...จะได้ไหม ได้ไหม...

 

ผมสะดุ้ง...ยุนโฮจ้องตาผมได้น่ากลัวมาก มันดึงข้อมือผมแล้วกระชากเข้าหาตัว เราสองคนจ้องหน้ากันนิ่ง หนังสือของผมร่วงกราวลงกับพื้น...ความจอแจในตอนแรกค่อยๆนิ่งเงียบสงบลง...

 

“เมื่อวานไปไหนมา?” มันถามเสียงนิ่งๆ ผมเงียบ มันจ้องตาผมคาดคั้น ก่อนค่อยๆเดินจูงมือผมฝ่าผู้คนมากมายเข้าไปในโรงอาหาร ผมดึงมือมันหยุดชะงัก

“...”

“อะไร”

“นะ...หนังสือกูตกอ่ะ” ผมเสียงสั่น มันถอนหายใจนิดหน่อยก่อนก้มลงไปเก็บหนังสือของผมมารวมกับหนังสือมัน แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือออกจากข้อมือผม

“ว่าไง...” มันถามเสียงนิ่ง

“ท...ทำไม?”

“เปล่า ตั้งแต่สองวันก่อน...กูรู้สึกเหมือนมึง...”

“...”

 

“พยายามทำตัวห่างจากกู” 

 

 

มันหยุดเดิน จ้องหน้าผมด้วยสีหน้าหงอยๆ...ผมสะอึกไปชั่วขณะ...มันรู้...

 

ผมอยากจะแค่นยิ้ม มันก็ต้องรู้สิ มันฉลาดขนาดนี้ แล้วผมเก็บอาการไม่เก่งด้วย...ไม่รู้สิแปลก

 

สองวันที่แล้ว พอผมกินข้าวกลางวันที่อักษรฯ ผมก็รบเร้าปาร์คกลับบ้านทันที เมื่อวานผมไม่มาโรงอาหารกลาง ผมให้ปาร์คไปส่งผมที่คณะ ผมไม่แวะมาทานข้าวกลางวันกับพวกมัน ผมฆ่าเวลารอปาร์คเรียนเสร็จด้วยการออกไปเดินเล่นตลาดนัดแถวมหา’ลัยกับเพื่อนในภาค แล้วปาร์คก็มารับ พอถึงบ้าน เมื่อรู้ว่าพวกยุนโฮจะมาค้าง ผมรีบกลับบ้านแทบจะทันที...

 

ผมเจ็บจริงๆนะ เห็นหน้ายุนโฮแต่ละที...มัน...

 

 

เข้าใจใช่ไหม? 

 

 

 

ผมน้ำตาแทบไหล พยายามบิดข้อมือออกมามัน ปากผมยิ้ม แต่ตาผมมันไม่ยิ้มไปด้วยเลย...

 

 

“ก...กูไม่ได้เป็นอะไร บ้า...ปกตินี่”

 

ผมปฏิเสธ มันจ้องผมนิ่งไม่วางตา...

 

“โกหก! โกรธอะไรกูก็บอกมาดิวะ” มันทำหน้าไม่พอใจ ผมเบือนหน้าหนี เห็นปาร์คมองมาอย่างเป็นห่วง...

“เปล่า...”

“แจจุง!” มันประแทกเสียง จิ๊ปากจนผมสะดุ้ง ผมทำท่าจะเดินหนี แต่มันกลับดึกผมเอาไว้

“ไหนบอกมึงไม่โกรธ ไม่อะไรไง แล้วเดินหนีกูทำไม?” สีหน้าแววตามันดุดันจนผมกลัว กลัวมากเลยครับ...กลัวจะร้องไห้ต่อหน้ามัน กลัวมันจะรับรู้ความรู้สึกในใจของผม ผมสับสนไปหมด...ทำไม...

 

ทำไม...ต้องเป็นแบบนี้

 

 

กูไม่รักมึงไม่ได้เหรอยุนโฮ กูรู้แล้ว...ว่าเรารักกันไม่ได้ กูเลิกรักมึงตอนนี้มันไม่สายไปใช่ไหม? 

 

 

 

“กูขอโทษ”

“แจจุง กูไม่ได้ต้องการให้มึงมาขอโทษกู กูแค่อยากรู้ว่ากูผิดอะไร ผิดอะไรทำไมมึงจะต้องมาหนีกูแบบนี้ ห่าเอ้ย! กูใจไม่ดีเลยรู้ไหม” มันตะคอกผมเสียงดังจนเงียบงันทั้งโรงอาหาร มันยังจับข้อมือผมไว้แน่น ผมรู้สึกร้อนๆที่หัวตา มันพร่ามัวไปหมดจนภาพที่พวกจองฮุนกำลังวิ่งเข้ามามัวจนแทบมองไม่เห็น ผมกัดปาก กลั้นเสียงสะอื้น ทั้งๆที่แก้มของผมมันชื้นไปด้วยน้ำตาเสียแล้ว

“ฮึก...มึงไม่ได้ทำอะไรผิด ยุนโฮ...ไม่ผิดเลยสักนิด”

“...”

“เรื่องทั้งหมดมันไม่มีอะไรเลย ฮึก...”

 

“กูไม่ได้โกรธมึง...”

 

 

 

 

 

 

“กูแค่...กูแค่รักมึง............ชัดพอไหม?”

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
tbc.
 
 
 
.

edit @ 31 Jan 2012 20:21:40 by wannwann33

[FIC] สภาวะทิ้งตัว Part.4 - yoonhojaejoong

posted on 31 Jan 2012 20:20 by wannwann33
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

ผมตื่นขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มในเช้าวันนี้. 

 

ฝนกำลังตกปรอยๆนอกหน้าต่าง กระจกบานใสขาวขุ่นด้วยไอหมอก อากาศหนาวจนต้องยู่ปาก แต่คืนนี้ไม่มีการเปิดแอร์ครับ เพราะปาร์คมันสลบไปด้วยพิษพี่จอห์นอยู่ด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ไม่มีโอกาสได้มาทำวินาศสันตะโรบนห้องนอนคืนนี้ให้ผมต้องนอนหนาวสั่นเป็นเพนกวินน้อยตกยาก

 

 

ยุนโฮยังนอนอยู่ข้างๆผม ห้องปาร์คมีเตียงเดี่ยวสองเตียง มันไม่ได้บ้าจี้ซื้อมาสองหรอกครับ แต่เพราะผมย้ายเข้ามาอยู่กับมัน ทำให้มันต้องอัปเปหิเตียงคู่ออกไป และซื้อเตียงเดี่ยวสองเตียงมาใส่แทน ปาร์คมันนอนดิ้นครับ ทนนอนกับมันได้สองคืน คืนที่สามแทบมัดแม่งติดเสาเตียง ถีบกูจนจุก เช้ามานี่ชีช้ำทั้งตัวราวกับโดนรุมโทรมมา

 

ยุนโฮหน้าเหมือนเด็กน้อยเลย มันหลับตาพริ้ม ดูมีความสุขจนผมไม่อยากจะปลุกมันตื่น แต่มันขู่ว่าถ้าไม่ปลุกมัน มันจะโกรธผม ข้างๆหัวมันมีหนังสือเรียนเล่มหนาควายๆวางไว้อยู่ เมื่อคืนคงลงไปเอามาจากรถมาอ่าน มันเรียนหนักมากจนผมนึกห่วงมัน

 

ผมยันตัวลุกขึ้น มึนชิบหาย อยากจะอ้วก อาการแฮงค์ยังเล่นงานอยู่ครับ หัวหมุนๆพร้อมจะคายอาหารเก่าออกมาตลอดเวลา ผมเลยต้องแข่งกับเวลาวิ่งปรู๊ดไปห้องน้ำเพื่อจัดการกับร่างกายตัวเอง และหลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ออกมาอีกทีก็เจอยุนโฮมันนั่งดูดบุหรี่อยู่บนเตียงแล้วครับ

 

“เหม็น” 

 

ผมว่า มันกระตุกยิ้ม ก่อนขยี้บุหรี่กับแจกันทรงแปลกๆที่ไว้ใช้ใส่ปากกาดินสอร่างภาพข้างหัวเตียงของปาร์ค สันดานทั้งคู่เลยครั้งพี่น้อง ไอ้ปาร์คก็เป็นแบบนี้ ชอบสูบบุหรี่ในห้อง รู้ทั้งรู้ว่าผมเป็นภูมิแพ้ แล้วพอผมน้ำมูกไหล หายใจไม่ออกก็มาเดือดร้อนพาไปหาหมอหาหยูกยาให้กิน มันคุ้มกันได้เนี่ย

 

“ไปยัง”

“ไปอาบน้ำไป กูไปทำอะไรง่ายๆให้กิน รีบๆตามลงมานะ” ผมว่า มันยิ้มๆก่อนเดินมาดึงผ้าขนหนูจากมือผมเดินเข้าห้องน้ำไป ให้ตาย! ชองยุนโฮ กูไมรู้จะพูดอะไรกับมึงดีเลยว่ะ เวลาอยู่กันสองคนแบบนี้ กูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย มึงชอบทำกูใจสั่นอ้า กูเกลียดมึงๆๆๆ

 

ผมหอบกระเป๋าสัมภาระลงไปด้านล่าง กลิ่นแอลกอฮอล์ยังตลบอบอวล ผมเดินไปแง้มกระตูประจกให้มีอากาศได้ระบายออกไปบ้าง ปาร์ค จองฮุน อาอิน นอนก่ายกันอุบาทว์ชาติชั่วตรงพื้นหน้าทีวี บนโซฟาตัวใหญ่มีชางมินกับมินโฮนอนอยู่ เหยดดดเข้ ม...มินโฮครับ...เสื้อมินโฮหายไปไหน แอร๊ยยยยยยยยยย มินโฮขาวสาดดดดด ขาวขนาดเห็นรอยแดงๆชัดไม่รู้จะชัดยังไง

 

ผมเบือนหน้าหนีอย่างกระดากอายแทนมันสองคน ก่อนเดินเข้าไปชงกาแฟใส่ถ้วยแก้วพร้อมปิดฝาเรียบร้อย ไม่ลืมหั่นขนมปังโฮลวีทแบ่งออกมา ยัดแฮม ผัก มะเขือเทศ แล้วแร็พด้วยพลาสติกใสอย่างดีเพื่อนำไปกินบนรถก่อนที่จะไปเช็คชื่อคาบแรกไม่ทัน คืองี้ครับ...ปาร์คมันเป็นโรคขี้เกียจตัวเป็นขนและตื่นสายเรื้อรังสุดๆครับ เราสองคนเกือบไปสายบ่อยๆถ้าไม่ได้ฝีตีนนรกเหยียบไปมหา’ลัยทัน แต่ก่อนผมเป็นคุณหนูอนามัย ต้องแดกข้าวเช้าก่อนไปเรียน ปัจจุบัน ช่างแม่งครับ พ่อมึง ตื่นไปเรียนให้ทันยังทำไม่ได้ ถ้าแดกข้าวเช้าด้วย มีหวังไม่ต้องเรียนกันแล้วแหละ ไปไถนาเลยดีกว่า แต่กาแฟนี่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของเด็กน้อยอย่างพวกผมมาก ปาร์คกับผมเลยไปเหมาถ้วยกาแฟพร้อมฝาปิดแบบสตาร์บัคมาจากร้านขายอุปกรณ์กาแฟอะไรเทือกๆนั้น และผมจะมีหน้าที่ทำข้าวเช้าง่ายๆเอาขึ้นไปกินบนรถกัน

 

วันนี้ก็เช่นกันครับ ยุนโฮยังมีหน้ามาทำหน้าระรื่น กูจะตายห่าเอาก็เพราะมึงยืนหล่ออยู่หน้ากระจกนี่แหละ ผมตบหัวมันผัวะก่อนลากลงไปข้างล่าง ไอ้เชี่ยยยยยย หุ่นดีสาด กล้ามเอย ซิกส์แพ็คเอย ผมเคยพยายามจะมีซิกส์แพ็คกับเขานะครับ แต่ไม่รุ่ง ไม่รอดครับ T__________T ได้นมมาแทน ไอ้ปาร์คชอบบอกว่าผมนมใหญ่ ใหญ่ว่าผู้หญิงที่คณะอีก ผมจะดีใจดีไหม ไอ่สาดดดดดดดดดดด

 

ยุนโฮมันสวมยีนส์ตัวเดิม มันบอกว่ามันมีเสื้อติดรถอยู่ ผมเลยเดินนำมันไปที่หน้าบ้าน เราตกลงกันเอารถมินิของผมไป เพราะมีที่วางโมเดลอย่างพอเพียง ไอ้ยุนโฮรับกุญแจรถผมมาไว้ในมือ ขณะที่ผมควานหารองเท้า แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามันอยู่ประตูหลังของบ้าน (ผมกับปาร์คไม่ค่อยเข้าประตูหน้าครับ มันเปิดยาก) เออ ช่างแม่ง เอาแตะปาร์คใส่ไปก็แล้วกัน

 

“ไปนะ”

“เออ ไปเลย”

 

เราสองคนนั่งหัวกระเซิงกันอยู่ในรถ ประจำครับ ประจำ ผมส่งแก้วกาแฟไปให้ยุนโฮมันดื่ม ก่อนตามด้วยแซนด์วิช มันเหลือบตามองขณะหักพวกมาลัยเลี้ยวออกถนนใหญ่ ผมจ้องตามันด้วยอาการติดออกจะเขินหน่อยๆ

 

ผมไม่เคยรู้สึกเขินยุนโฮมาก่อนเลยจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ พอมันมีครั้งแรก มันก็เริ่มมีครั้งต่อๆไป จนกระทั่งผมไม่สามารถสบตามันตรงๆได้ จนกระทั่งผมไม่สามารถกอดมันหรือให้มันกอดได้โดยไม่รู้สึกอะไรเหมือนเก่า ตรงกันข้าม หัวใจผมทำท่าจะหลุดออกจากอกไปเสียทุกครั้ง เมื่อเราสัมผัสกันและกัน ผมแปลกใจตัวเองอยู่นานแสนนาน จนกระทั่งสุดท้าย...ผมต้องยอมรับ ว่าผม – ชอบ ชองยุนโฮ เข้าเสียแล้ว

 

มันเหมือนเป็นสเต็ปอะไรบางอย่างที่เราพยายามจะก้าวผ่านมันไป แต่ก็ติดอยู่อย่างนั้นออกไปไม่ได้ ผมเคยหวังว่าสักวันจะเลิกรู้สึกบ้าๆแบบนี้กับมันได้ แต่...มันเป็นไปไม่ได้ ผมเคยถามตัวเอง ว่าหากผมอยู่อยู่โดยไม่รักยุนโฮ จะเป็นไปได้ไหม คำตอบคือ ผมคงเสียศูนย์ไปมากกว่านี้แน่ๆ

 

“ป้อนดิ”

 

มันหันมาอ้อนครับ ใครสั่งใครสอนให้ทำหน้าทำตาแบบนี้เนี่ย เดี๋ยวปั๊ดมีเรื่องเลยไหม ชองยุนโฮ

 

“ไอ่สัด”

 

แง้! ทำไมปากไวทุกทีเลย ไม่ได้จะพูดแบบนี้หรอกนะ T__________T แง้ แง้

 

ผมหลุบตามองตักตัวเองที่มีไอโฟนนอนแอ้งแม้งอยู่ ยุนโฮมันหลิ่วตาไม่เลิก ผมเลยจำเป็นต้องแกะแร็พพลาสติกออก และค่อยๆยื่นไปให้มันด้วยความเขินอายในระดับที่คงวัดออกมาเป็นตัวเลขไม่ได้ แม่ง ขนาดปาร์คอยู่ด้วยกันจนแทบจะเป็นคนๆเดียวกันผมยังไม่เคยทำอะไรให้มันขนาดนี้เลย ถ้าเปรียบเป็นแม่ลูกกัน ผมก็คงเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกตามยถากรรมสุดๆ อารมณ์แบบ มึงไปตายไหนก็ไป ไปไป แต่กับไอ้ยุนโฮ มันเป็นผู้ชายคนแรกที่ผมเขินเลยนะครับ แม่ง!

 

“กินดีๆสิ เลอะ”

“ก็คนป้อนแม่งไม่เต็มใจป้อนกู”

“สวีทสัดเลยเนอะ ผู้ชายป้อนผู้ชาย แหวะ” ผมเบ้ปาก ทั้งๆที่ในใจแอบเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ยุนโฮยังยักคิ้วหลิ่วตากวนตีนไม่เลิก ผมได้แต่เบ้ปากก่อนยื่นมือไปผลักหน้ามัน

“โอ้ยยย เป็นเชี่ยไรสวย” มันโวยครับ ยุนโฮมันโวย

“ก็มึงทำหน้ากวนตีนกู กินเองเลย” ผมยัดขนมปังใส่มือมัน ก่อนทำเป็นเบือนหน้าออกไปด้านนอกหน้าต่าง แม่งเว้ย!

 

เอาจริงๆนะครับ ผมไม่ชอบขับรถ และในชีวิตนี้ผมก็ไม่เคยคิดจะให้ใครมาขับรถให้ นอกจากพี่ชายผมแล้ว ยุนโฮเป็นคนที่สองที่ได้ขับรถคันนี้นอกจากตัวผม ผมเขินนะเนี่ย มานั่งในตรงที่ๆไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย แถมยังมียุนโฮขับรถให้แบบนี้อีกต่างหาก

 

เปิดเพลงดีกว่า เออ ฮิพฮอพไอ้ปาร์คละกัน จะได้ใจเย็นลงบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

                               เธอไม่ใช่คนที่ฉันเฝ้ารอ เธอไม่ใช่คนที่ฝัน 

               แต่ความจำเป็นทำให้เราใกล้กัน ไม่รู้จะทำยังไง 

               มองทีไรก็ไม่ค่อยถูกชะตา 

ตลอดเวลารู้สึกไม่ชอบด้วยซ้ำไป 

แต่พอวันนึงซึ่งไม่รู้ว่าวันไหน 

ลืมปิดประตูหัวใจซะงั้น 

 

อยู่ๆก็มีแต่เธอมาปรากฏตัวในหัวใจ 

อยู่ๆไม่รู้ทำไม ถึงคิดถึงเธอได้ทั้งวัน 

จากที่ไม่ชอบ ก็กลายเป็นใช่ 

กลายเป็นคำตอบของใจฉัน 

ความผูกพันเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นไม่ลดเลย  

 

ฉันรักเธอจัง 

 

 

 

 

 

 

                    เยดเข้! ใครเปลี่ยนแผ่นซีดีครับ ใครเปลี่ยน มาตัวๆกับผมเลย แม่งเอ้ย! กูอยู่กับชองยุนโฮ แหกตาดูด้วย ให้กูฟังเพลงรัก เดี๋ยวกูเคลิ้มตามเพลงเผลอปล้ำยุนโฮให้ทำไงล่ะครับ แม่งเอ้ยยยยยยยยย

 

 

                    ผมนั่งเขิน ในหัวคิดจิปาถะไปเรื่อยเปื่อย นึกถึงเช้าวันนี้แล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เหมือนสามีภรรยาเลย แอร๊ยยย้ะ เป็นเช้าแรกที่ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับมันเลยครับ ความจริงเราก็แดกแล้วเมาบ่อยๆ แต่ไม่มีเช้าวันไหนที่แดกเหล้าแล้วตื่นมาแฮปปี้เท่าเช้าวันนี้เลยครับ ทุกอย่างเหมือนจะเป็นใจสุดๆไปเลย ผมลงไปทำอาหารเช้า ยุนโฮอาบน้ำ แล้วเราก็ขึ้นรถออกมาด้วยกัน เหมือนชีวิตครอบครัวเลย

 

                    แต่...เอาเถอะครับ ผมว่าผมควรเลิกเพ้อได้แล้ว

 

                    ผมกับยุนโฮนั่งเงียบๆ ต่างคนต่างกิน ไม่สิ...เรียกว่ายัดท่าจะดีกว่าเยอะ กันมาตลอดทาง บ้านปาร์คห่างจากมหา’ลัยหนึ่งสะพาน สองถนน มันห่างยังไงบอกไม่ถูกครับ เอาเป็นว่าไม่ได้ใกล้มหา’ลัยมากขนาดนั้น เพราะอะไรรู้ไหมครับ ไอ้นี่แม่งเลวครับ นายกสมาคมม่อไม่เลือกที่ คือมันไม่อยากให้ขบวนการสาวๆพาวเวอร์พัฟของมันตามมาถึงบ้านถูกไงครับ มันเลยเลือกที่จะโดยสารรถผมบ่อยๆ เลือกหมู่บ้านที่ระบบปลอดภัยดีมาก มันบอกอยู่คอนโดจะถูกตามหาได้พบง่ายเกินไป ปาร์คถึงกับตอกเอาป้ายเลขที่บ้านออกเพื่อปิดบังตัวตน เตี๊ยมกับพี่ไปรษณีย์เรียบร้อยว่าตัวเองไม่มีบ้านเลขที่ ส่งจดหมายตรงนี้ๆ ฮ่าๆๆๆ แม่งประสาท เป็นโรค ไม่รู้ติสท์หรือเสื่อม สมองมันมักจะสามารถคิดอะไรที่ชาวบ้านไม่คิดกันเสมอๆเลยครับ

 

                   

 

“ให้กูลงไปเป็นเพื่อนไหม?” เออ ถึงเมื่อไหร่เนี่ย กูแอบมองหน้ายุนโฮนานเกินไปหน่อย ถึงซะและ ผมมองตึกคณะตรงหน้าอย่างปลงๆ นี่กูต้องใช้วิชานินจาเช็คชื่ออีกแล้วใช่ไหม เอาล่ะ...คิมแจจุง แกวิ่งไปส่งงานที่ห้องอาจารย์ก่อนนะ คอมเม้นท์วิจารณ์ค่อยฟังพรุ่งนี้ แล้วก็เข้าห้องเล็คเชอร์ เช็คชื่อ แล้วกลับมาหาไอ้หล่อ เข้าใจไหม?

“ไม่ต้องอ่ะ นั่งรอไปเถอะ นอนก็ได้นะ แต่อย่าล็อครถ เดี๋ยวมาปลุก”

“โอเคๆ”

“เดี๋ยวมา”

 

ผมว่า พลางหอบโมเดลของผมกับปาร์คที่บรรจุในกล่องอย่างดีไว้ในอ้อมแขน กำลังจะเดินขึ้นตึกไป ไอ้ยุนโฮแม่งก็เรียกเสียก่อน

 

“แจจุง...”

“ว่าไง?” ผมเลิกคิ้ว

“อย่าให้กูรอนานนะ” 

 

 

 

 

 

ผ่าง! ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด มึงไปไหนก็ไปเลยไป เดี๋ยวกูดำดินหาทางกลับเอง ไอ้ชองยุนโฮ ไอ้บ้า ทำอะไรไม่เกรงใจ มึงคิดว่ามึงมีสิทธิ์ทำหน้าทำตาออดอ้อนกูขนาดนั้นเลย ไปตายซะ! อั้ยยยยยยย แจจุงเขินครับ ไม่ไหวแล้ววววว

 

ผมวิ่งตึกตักๆขึ้นตึกไปอย่างรวดเร็ว หลับหูหลับตากดลิฟท์ เดี๋ยวนะ ห้องพักครูภาค’ถาปัตย์มันชั้นห้า ห้องพักครูภาคภูมิ’ถาปัตย์ชั้นเจ็ด ไปส่งของปาร์คก่อนก็แล้วกัน เวรแล้ว...ผมเรียนชั้นสาม ขอบคุณมาก ไม่เอาให้กูหัวหมุนเลยล่ะครับ สาดดดด

 

ผมทักทายรุ่นพี่รุ่นน้องลวกๆ เจอไอ้ดูจุนพอดี ผมเลยฝากฝังโมเดลและตัวปาร์คไว้กับดูจุน พร้อมกับบอกว่า ปาร์คโรคขี้เกียจเข้าสิง คงไม่มาวันนี้และพรุ่งนี้ รู้ไหมครับว่าการเป็นเด็ก’ถาปัตย์เนี่ย ชีวิตจะจัญไรขั้นเทพมาก ในระหว่างการทำงานคุณจะอดหลับอดนอนระดับตายเป็นตาย และพอคุณส่งงานแล้ว คุณจะหายหัวกันไปเกือบทั้งภาค อารมณ์ว่านอนข้ามวันข้ามโลกข้ามทวีป อย่างเช่นพรุ่งนี้ ภาค’ถาปัตย์คงหายหัวไปกันหมดแน่ๆ ส่วนผม ถ้าปาร์คหยุด ผมอาจจะโดดอยู่บ้าน ผมเองก็เพลียสุดๆไปเลย

 

ไปส่งงานผมต่อ ผมวางกองงานไว้ แฮร่! ส่งเป็นคนแรกของภาคเลยมั้งเนี่ย เก่งว่ะ คิมแจจุง ผมจ้องมองผลงานของผมบนโต๊ะอาจารย์อย่างภาคภูมิใจ จนกระทั่งมองนาฬิกานั่นแหละ เหยดดดดดดดด! เช็คชื่อๆๆๆๆๆๆ

 

สุดท้ายผมก็เนียนออกจากห้องเล็คเชอร์ได้ในนาทีที่ 14.32 หลังจากเริ่มเรียน ง่วงชะมัด...ผมเดินหาววอดกลับมาที่รถ ยุนโฮนั่งอยู่เบาะคนขับ มันเงยหน้าจากไอโฟน ยิ้มให้ผม และเอื้อมตัวมาเปิดประตูรถให้ ผมทิ้งตัวลงนั่งอย่างง่วงสุดๆ

 

“ชางมินฝากให้ไปเอาการบ้านไปส่งให้ที่คณะ” ยุนโฮมันชูชีทในมือให้ผมดู ผมขมวดคิ้ว มอบให้กันเมื่อไหร่วะ ผมพลาดสินะ

“ไปดิ ส่งไงอ่ะ”

“ฝากไว้กับฮงกี”

 

โว้วๆๆๆๆ ชื่อของคนๆนี้ทำเอาผมตาสว่างเลยครับพี่น้อง ผมหันไปยิ้มแฮ่ใส่ยุนโฮจนมันหัวเราะ พวกเราร่วมมือร่วมใจนั่งหลังตรงไปจนถึงคณะอักษรฯ และพร้อมใจกันเดินลงจากรถอย่างพร้อมเพรียงไม่เกี่ยงว่าใครจะเอาไปส่ง ยุนโฮบอกว่า ชางมินระบุพิกัดฮงกีมาว่า “สวย แก้มป้อง ตาโต จมูกโด่ง” อั้ยยยย ถ้าจะน่ารักขนาดนี้ เดี๋ยวจีบเองไม่เหลือไปถึงจองฮุนแม่งเลย

 

 

คณะอักษรฯเทียบเท่าคณะนางสนมระดับกลาง หรืออาจจะเทียบได้กับ อาคุงนายที่สาม เอ่อ...ไม่ใช่และ คือมันไม่ใช่คณะยิ่งใหญ่ขนาดคณะวิดวะ วิดยา ‘ถาปัตย์ หรือหมอไง จำนวนนักศึกษาก็ไม่ได้เยอะเท่า แต่ก็เอาเถอะ ประเด็นสำคัญคือ เป็นคณะของไอ้ชางมินครับ สำคัญกว่าคือ เป็นคณะของอีฮงกีที่ตาต่ำมาชอบจองฮุน แถมไอ้จองฮุนริอาจมีความลับกับพวกผม มีเรื่องๆ

 

ตึกคณะอักษรเป็นตึกกระจกใสน่าเรียน สะอาดสบายตา ภายในอาคารต้องแสกนบัตรเข้าไป เอ้า เชี่ยและ ลืมไปว่าต้องแสกนทุกคณะ แล้วชางมินกะจะให้พวกกูล่องหนเข้าไปหรือไงฟระ พ่อเมิงงงงง

 

ผมกับยุนโฮยืนมองหน้ากันสองสามทีอย่างทำอะไรไม่ถูกและงงๆ ก่อนที่จะมีใครบางคนวิ่งเข้ามาหาจากในตัวตึก นะ...นะ...น่ารักเชี่ยชิบหายวายวอดเลยครับ จีบอ่ะ จะเอาคนเนร้!!!!!!!!!!!!!!

 

ตาโตๆ จมูกโด่ง แก้มป่องๆ สวย 

 

ครบ 

 

อีฮงกีชัวร์

 

 

“เอ่อ...”

 

เสียงน่ารักสาดดดด

 

“ฮงกีใช่ไหม ชางมินฝากมาส่งน่ะ” ยุนโฮว่าพลางยื่นแฟ้มให้ คนที่ชื่อฮงกีพยักหน้าหงึกหงักจนผมกระจุย น่าร้ากกกกกกก แอร๊ยยย ไม่ไหวแล้ว อยากจะระเบิดตัวเอง

“เดี๋ยวส่งให้ ขอบคุณนะ”

“ไม่เป็นไร ชางมินไม่มานะวันนี้”

“อืม ไลน์มาบอกเรียบร้อยแล้วล่ะ ฮะๆ เมื่อคืนหนักสิท่า” น่ารักมากๆเลยครับ ผู้ชายบ้าอะไร แม่งทำเอาผมใจระทวย อ่อนแรง แอร๊ยยยยยย นอกจากยุนโฮแล้ว อีฮงกีนี่ เด็ดจีจี ขอบอก

 

ไอ้จองฮุน มึงระวังให้ดี เพื่อนมึงนี่แหละ จะคาบไปวนกันแดก.

 

 

“นิดหน่อยน่ะ”

“อ่า แล้ว...”

“หืม?” ฮงกียิ้มเขินๆครับ จะถามถึงจองฮุนสิท่า ถามมาเลยน้อง พี่พร้อมจะล้วงความลับหนูสองคนทุกเวลา ทุกโอกาส ทุกสถานที่ที่เอื้ออำนวยน่ะ แล้วดูฮงกีสิครับ คือแบบ มาดนี่ ใช่เลย สมกับเป็นลีดฯมหา’ลัย ไอ้ปาร์คว่าผมสาวแล้วใช่ไหม มาเจอฮงกีเลยครับ สาบานได้ว่าไม่ใช่ผู้ชายชัวร์ๆ ไม่เถื่อน ไม่รั่ว ไม่รุนแรง ดูซอฟท์ๆ นิ่มๆ ถ้าไอ้จองฮุนได้ไปคงช้ำมือเลยล่ะทีนี้

 

“จองฮุน...มาไหม?” 

 

อั้ยยะ! มาแล้ว คำถามที่รอคอย ยุนโฮเบือนหน้าไปแอบหัวเราะ ชั่ว! กูเห็นนะ ผมยิ้มบางๆ ก่อนส่ายหัว หน้าฮงกีสลดลงนิดหน่อยก่อนกลับมายิ้มให้ผมเหมือนเดิม

 

“มีอะไรหรือเปล่า?” ผมว่า “เดี๋ยวเรากลับบ้านเพื่อนน่ะ จองฮุนนอนอยู่บ้านเพื่อน ฝากอะไรไหม?”

“เอ่อ...”

“ไม่เป็นไร รับรองถึงมือแน่ๆ” ผมยิ้มให้ฮงกีสบายดี อั้ย อั้ย น่ารักอ่ะ ชอบๆๆๆๆ ขอจีบ

“เปล่าหรอก คือ...จองฮุนบอกว่าวันนี้จะมารับ แต่...ไม่เป็นไรนะ คือเราขอจองฮุนเองแหละ จองฮุนคงไม่อยาก แต่ไม่เป็นไรจริงๆ เดี๋ยวเรากลับเอง” อ้าววววว อ้าววววว เอชา เอชา ชาชาชาชาชา

“เห้ย ไม่หรอก เดี๋ยวมันก็มาแหละมั้ง บ่ายๆก็ฟื้นแล้ว เมาง่ายหายไว”

“ไม่เป็นไร งั้นเดี๋ยวฝากนี่ไปให้ด้วย แปปนึงนะ”

 

ฮงกีหายเข้าไปในตึก ผมกับยุนโฮหันมามองหน้ากันอมยิ้ม เอาแล้ว...เอาแล้ว ไอ้ปากแข็ง ไอ้หมาน้อยเอ้ย! ทำเป็นไม่มีอะไร ไม่มี้ แล้วนี่ถึงกับไปให้ความหวังเขา มีการเก๊กอีกต่างหาก ถุ้ยยยย ถุ้ย เดี๋ยวกลับบ้านปาร์ค จะไปสืบจากมือถือครับ จองฮุน มึงโดนดีแน่ๆ

 

ฮงกีกลับมาพร้อมกับกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆในมือ ผมรับมาจากฮงกีที่ดูเขินๆ อั้ยยะ มีมอบขงมอบของ ก้าวไกลครับคู่นี้...

 

“จองฮุนอยากทานเค้กวานิลลา พอดีว่างๆเลยทำให้น่ะ ฝากไปให้หน่อย”

 

โว้ยยยย! ไม่ธรรมดาครับ งานนี้ มันส์ครับ ขอบอก

 

“ได้ๆ เดี๋ยวจัดการให้ ขอบคุณมากนะ ไว้เดี๋ยวยังไงเจอกัน” ผมล่ำลาฮงกี ก่อนเดินออกพร้อมยุนโฮและเค้ก เหยยยย น่ารักโคตร เอาจริงๆถ้าน่ารักขนาดนี้นะ กูแบนจองฮุนเลยถ้าจองฮุนแม่งไม่เอา โอ้ยยยย น่ารักกว่าทุกคนที่จองฮุนแม่งคบมาเลยเหอะ

 

 

 

 

เราขึ้นรถกลับบ้านของปาร์คกันอีกครั้ง ตกลงกันว่าจะกลับบ้านไปนอนยาวให้สะใจไปเลย ผมกับยุนโฮนั่งด่าไอ้จองฮุนสนุกปากกันบนรถ ไม่ลืมจะซื้อข้าวเช้าเข้าไปให้ไอ้พวกบ้านั่นที่ป่านนี้คงไม่มีทีท่าว่าจะตื่น

 

ยุนโฮฮัมเพลงเบาๆ มันหมุนพวงมาลัยด้วยมือเดียว โคตรเท่! มันชวนผมคุยเรื่อยเปื่อย คุยกันไป ด่ากันไป สนุกดี ผมชอบอยู่กับมันสองคนแบบนี้เสมอๆเลยครับ ยุนโฮจะเทคแคร์ผมดีเหมือนผมเป็นคนพิเศษของมัน มันจะไม่ให้ผู้หญิงหน้าไหนมากวนใจเลย ผมดีใจนะครับ ไม่ใช่ไม่ดีใจที่มันใส่ใจผมแบบนี้ แต่ที่ผมกลัวคือ กลัวว่าจะถลำลึกลงไปมากกว่านี้ เอาจริงๆ...แค่นี้ผมก็ชอบมันจนแทบบ้าไปแล้ว

 

บางทีผมก็คิดนะครับ ว่ามันคงรู้ว่าผมชอบมัน ไม่รู้ก็โง่เต็มที

 

ก็ภาวนา ว่าหากรับรู้ จะตอบรับบ้าง...ได้ไหม? 

 

 

 

 

 

 

เรากลับเข้าบ้านยูชอนตอนเกือบเก้าโมงครับ โคตรจะปวดหัวเลย ยุนโฮไล่ผมขึ้นไปนอน มันบอกว่าหน้าผมซีดมากแล้วยังสวมแว่นทับอีกยิ่งซีดเข้าไปใหญ่ มันจัดการปิดบ้านและเดินตามผมขึ้นมาด้านบนอย่างเงียบเชียบ อากาศในห้องนอนปาร์คยังเย็นสบายเหมือนเดิม ผมล้มตัวลงนอนกับเตียงนุ่มอย่างเกียจคร้าน รู้สึกสบายใจจริงๆที่โดดเรียนวันนี้ คาดว่าตั้งแต่วันนี้ ผมกับปาร์คจะนอนเก็บเวลกันข้ามคืนไปจนถึงพรุ่งนี้เช้า จริงๆครับ บางทีเพื่อนๆผมมาหาที่บ้านปาร์ค ยังนึกว่าเราสองคนเป็นอะไรไป บ้านจะเงียบและมืดมาก และนอนแบบลืมเดือนลืมตะวัน ไม่สนอินทร์พรหมหน้าไหน กูจะนอน ใครรบกวนจะด่าพ่อด่าแม่ให้

 

ผมรู้สึกถึงเตียงที่ยวบลง เลยเงยหน้าขึ้น ไอ้ยุนโฮนั่งอยู่บนเตียงเดียวกันกับผม ก่อนที่มันจะแทรกตัวลงไปนอนใต้ผ้านวมแบบไม่เอ่ยกล่าวอะไรก่อนเลย เห้ยยยย ไม่นะ! แบบนี้กูจะหลับลงไหมล่ะ มึงเอาหน้าหล่อๆมาล่อกูข้างๆกันแบบนี้ ผมตาโต ก่อนถีบๆผลักๆมัน ซึ่งไม่มีท่าทีว่ามันจะขยับเขยื้อน บ้าเอ้ย!

 

“ปะ...ไปนอนเตียงปาร์คเด้! ไรวะ”

“นอนด้วยกันนี่แหละ” มันว่า ผมกอดผมไว้แน่น ผมดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดมัน ผมกับเพื่อนๆทุกคนเราก็นอนเตียงเดียวกัน เบียดกัน กอดกัน ก่ายกันมาแล้วครับ ผมกับยุนโฮนี่ประจำ เมากลับไปตื่นมาอีกทีแทบเปลือยใต้ผ้าห่ม ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าผมกับยุนโฮเป็นประเภท เมาแล้วถอด ฮ่าๆๆๆ จะบ้า! คือแต่ก่อนจะกอด ก่าย หอมแก้มมันไม่รู้สึกหรอกครับ แต่ตอนนี้มันใช่ที่ไหน ถ้าผมไม่คิด ก็คงตายด้าน ผมทนยุนโฮไม่ไหวหรอกครับ

“ฮื้ออ”

มันกดหัวผมลงกับบ่ามัน ผมหน้ามุ่ย แต่ก็ยอมนอนนิ่งๆ เพราะมันไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยผมไปเลยสักนิด กลิ่นบุหรี่ขมๆปะปนกับกลิ่นน้ำหอมที่มันใช้ประจำทำเอาหัวใจผมเต้นแรงสุดๆราวกับมันกำลังจะกระเด้งหลุดออกมา มันจะได้ยินเสียงหัวใจผมไหมนะ ได้ยินสิ แล้วผมก็นอนเกร็งขนาดนี้ มันก็คงจะรู้สินะ ว่าผมเขินมัน...

 

“มึงหัวใจเต้นแรงมาก เขินกูเหรอ?”

 

ยังมีหน้ามาถาม มายิ้มกวนตีนอีกนะ ชองยุนโฮ

 

“เปล่า...อึดอัด หายใจไม่ออก”

“อ้าว” มันคลายอ้อมกอดที่แน่น ให้หลวมๆ ผมซุกหน้ากับบ่ามันนิ่งๆ เตียงเดี่ยวแคบๆไม่พอสำหรับผู้ชายโตเต็มวัยแบบเราสองคน แต่การที่มันกอดผมไว้แน่นแบบนี้ ก็ทำให้เตียงที่เล็ก พอดีกับเราสองคน

 

ผมนอนนิ่ง หลับตาปี๋ ไม่มีทีท่าว่าจะหลับ ทั้งๆที่รู้สึกง่วงมากๆจนถึงห้านาทีที่แล้ว เสียงลมหวีดผ่านไป เสียงใบไม้สีกัน และลู่ไปตามลม เสียงนกน้อยร้อง เสียงปาร์คละเมอดังมาถึงชั้นบน ผมไม่รับรู้อะไรแล้วจริงๆครับ นอกจากแรงขยับตัวของยุนโฮนิดหน่อย และริมฝีปากที่เฉียดผ่านแก้มของผมไปนิดเดียว

 

มันขยับตัวหันหน้าเข้ากับผม กลายเป็นว่าเรากอดกันแน่น ผมได้แต่หลุบตาลงไม่กล้าสบตามัน ใจเต้นแรงเหลือเกิน ผมจะหมดแรงแล้วนะ...ถ้ายุนโฮยังมาเล่นกับหัวใจผมแบบนี้ สักวันผมควบคุมตัวเองไม่ได้ จะเป็นเรื่องนะ...

 

 

“นอนเถอะแจจุง”

 

 

มันกระซิบผมแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังจนผมเริ่มเคลิ้มๆ นิ้วโป้งของมันหมุนวนเบาๆที่ระหว่างหัวคิ้วของผม และสุดท้าย ผมก็เผลอหลับไปโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย...

 

 

 

 

 

 

 

 

ผ่านวิกฤตนรกทั้งโปรเจ็คต์ยักษ์ประจำเดือนและวิกฤตหัวใจมาได้อย่างเรียบร้อยสวัสดิภาพดีครับ ผมกับปาร์คใช้เวลาสามคืนสามวันหมกตัวอยู่ในบ้านพักผ่อนยาวหลังจากไม่ได้นอนมาเกือบเดือน ผมคาดว่ามีโอกาสที่เครื่องในผมจะพังได้บ้างนะครับ เล่นสั่งงานกับทุกวิชา มึงไม่ฆ่ากูไปเลยเสียล่ะ เป็นวันพักผ่อนที่ไม่ทำอะไรจริงๆนอกจากกินกับนอน เกมส์ยังไม่เล่น ปาร์คไม่ออกไปแรดม่อสาวจีบหญิงเลยด้วยซ้ำ ไอ้อาอินโทรมาชวนไปดูหนังยังเจอผมด่า มันเลยต้องมานั่งดูหนังที่บ้านปาร์คแทน ฮ่าๆๆๆ ส่วนไอ้ยุนโฮก็คงหมกตัวอ่านหนังสือสอบอยู่บ้าน พอกับผมล่ะครับ ถ้าของผมโปรเจ็กต์ ไอ้ยุนโฮก็เทสต์ย่อย ไม่รู้จะเทสต์ห่าเหวอะไรเยอะแยะ ส่วนชางมินมันก็แวะเวียนมาเล่นบ้านปาร์คบ่อยมาก จองฮุนหายตัวไปเลยครับ ตั้งแต่มันโดนเล่นงานเรื่องฮงกีวันนั้น มันแทบจะโยนมือถือทิ้งน้ำ เพราะอาอินจะล้วงความลับให้ได้ ฮาโคตร

แต่ตอนนี้มันจบลงแล้วครับ นอนกระดิกตีนรอสึนามิงานโปรเจ็กต์ต่อไป วันนี้เป็นวันจันทร์ครับ กลับมาเรียนได้แล้วพร้อมสภาพเครื่องสมบูรณ์แบบ ผมกับปาร์คตื่นแต่เช้า (ไม่เช้าได้ไง เล่นนอนข้ามวันข้ามคืน) เราเลยมีเวลาจัดการสภาพตัวเองให้ดูดี และตกลงกันว่าจะไปกินข้าวที่โรงอาหารกลางกับเพื่อนๆ ปกติไม่ค่อยได้กินหรอกครับ แวะไปเจอหน้าแล้วก็ชิ่งไปคณะอย่างเร่งด่วน

 

“ไฮ้ จองฮุน ดูซิ กูพาใครมา ฮงกีจ๋า ฮงกี” ชางมินมาพร้อมใบหน้าแป้นแล้นเลยครับ แม่ง ไอ้จองฮุนที่กำลังเหลาดินสอสีอยู่เงยหน้ามึนๆขึ้นมามองดูเพื่อนรัก ก่อนชูนิ้วกลางให้สวยๆ

“พ่อมึงตาย”

 

เอาแล้วครับ ผมว่าพ่อพวกผมตายบ๊อย บ่อยนะครับ ตายวันละหลายๆรอบด้วย แม่งด่ากันปากไวชิบหาย คิดบ้างไหมเนี่ยอะไรหลุดจากปากไปบ้าง

 

“อย่ากวนตีนกู กูยุ่ง”

“จ้า”

“แล้วก็ไม่ต้องมาหลอกกู ไอ้เหี้ย”

“มาไม่มามึงก็สะดุ้งอ่ะ จองฮุน” ชางมินยิ้มร่า ผมนั่งกินข้าวกับปาร์ค มองเพื่อนสองคนตรงหน้าอย่างเอือมๆ

“สัด”

“เออ มึง วันก่อนมึงไม่ได้ไปรับฮงกีเหรอวะ? เห็นเขานั่งรอตั้งนาน จนต้องให้รถที่บ้านมารับ” ชางมินเอ่ยถาม จองฮุนชะงัก มันค่อยๆวางคัตเตอร์ลง ก่อนจ้องชางมินช้าๆ เอา เชี่ยและ มึงอย่าฆ่ากันนะ ดูแดกข้าวอยู่

“ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมต้องรับ?” โอ้โห กวนตีนมากครับ ซึนเดเระสุดๆ

“มึงอย่าอย่างงี้ดิวะ”

“กูก็เป็นแบบนี้บ่อยไป ไม่ว่างก็ไม่ไป ไม่มีอารมณ์ก็ไม่ไปรับ ผิดอ่อ?”

 

ไอ้เชี่ยยยยยย ไอ้ไม่ว่างกูยังพอทน แต่ไม่มีอารมณ์ไปรับนี่ กูขอปาดคอมึงได้ไหมจองฮุน

 

“นี่ กูถามจริงๆเหอะ” ปาร์คกลืนน้ำซุป ก่อนวางมาดเท่ “ตกลงมึงเป็นอะไรกับฮงกีเขาวะ?”

“...”

“กูถามก็ตอบ อย่าให้ถามซ้ำ” ปาร์คขึ้นเสียง เลยโดนไอ้จองฮุนตบหัวผัวะโทษฐานริอาจหาเรื่อง

“กูไม่ได้เป็นอะไร เขาก็แค่ชอบกู”

“แล้วไปให้ความหวังเขา”

“เขามาขอเอง กูไม่ได้ให้”

“ไอ้เหี้ยยยยย ชั่วสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

ไม่รู้จะด่ามันยังไงดีครับ แต่แน่ๆคือ ที่แม่งพูดมาโกหกทั้งหมด ไม่มีทางหรอกครับที่มันจะไม่สนใจ ถ้าเล่นไปรับไปส่ง แถมยังปากแข็ง ไม่พูดจาดีๆด้วย นี่แสดงว่าอยู่ในช่วงแห่งการเริ่มต้นที่จะชอบครับ ฟันธง!

 

“แล้วเมียมึงไปไหน?” จองฮุนหันไปถามไอ้ชางมินบ้าง

“เรียนแล้ว เข้าพร้อมอาอินอ่ะ”

“เมียมึงโคตรดุ ไอ้สัด” ปาร์คโอดครวญ ต้องขอบอกก่อนนะครับ ว่ามินโฮเนี่ย เห็นหน้าตาน่ารักๆแบบนั้นอ่ะ แมนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ หญิงเพียบ ไม่มีทีท่าว่าจะแดกผู้ชายด้วยกันเอง คือเจ้าชู้น้องๆไอ้จองฮุนกับปาร์คเลย แต่อย่างว่าแหละครับ เวลาเจอคนที่ใช่ มันก็ต้องหยุด และคนที่ใช่สำหรับมินโฮก็คือชางมิน...

 

ชางมินมันเคยมานอนค้างกับพวกผม มันก็เล่าให้ฟังว่ามันอ่ะ ชอบมินโฮ แต่ก็คงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่เห็นหน้าผู้ชายแล้วปิ๊งจังเบอร์ขนาดนี้ มันพยายามจะตัดใจ แต่ก็คิดไปว่า ยังไม่เริ่มเลยแบบนี้ จะถอดใจดีเหรอ และถ้ามินโฮคือคนที่ใช่ของมันจริงๆล่ะ?

 

มันเลยเริ่มจีบครับ ช่วงหนึ่งมันหายหัวไปจากโรงอาการกลางตอนเช้า ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าไปนั่งแดกลิ้มรสข้าวโรงอาหารคณะวิดยา มินโฮตอนแรกก็ออกแนวรำคาญและขยะแขยงแหละ ผู้ชายที่เจ้าชู้สองตัวมาจีบกันเอง ผมเองฟังแล้วก็ขนลุก แต่โชคดีที่มินโฮมันไม่ได้ปิดใจ ผลักไสไล่ส่งอะไร มันเลยสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ เปิดใจให้กัน และขยับเข้าหากันในฐานะแฟน

 

ไอ้ตอนเป็นแฟนเนี่ย ยังไงรู้ไหมครับ ชางมินบอกว่า มินโฮไม่ยอมคบกับมันสักที มันเลยมอมเหล้า ลากขึ้นเตียง และ...นั่นแหละ ตื่นมาก็เป็นผัวเป็นเมียกันไปเรียบร้อย มินโฮทั้งโกรธ ทั้งอาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เลยต้องมาเป็นแฟนชางมินที่สุด

 

เป็นไง เรื่องราวฮาร์ดคอร์ดีป่ะล่ะ? ฮ่าๆๆๆๆ

 

 

“มึงไปหาเรื่องอะไรเมียกู” ชางมินถามปาร์ค

“ก็วันนั้น กูตื่นมาเจอมินโฮนั่งแดกกาแฟอยู่ตรงระเบียง กูเห็นคอแดงๆเลยปากพล่อยแซวไป เสร็จแล้วมินโฮก็เอาเลย ด่ากูเสียตั้งแต่หัวจรดเท้า ถุ้ย”

“มึงอ่ะ ก็ชอบไปแซวมัน มันอายรู้ไหม”

“มึงก็แปลกนะ ทนมันได้”

“มึงไม่รู้หรอก มันอยู่กับกูน่ารักขนาดไหน อ้อนกูชิบหายยย” ตาลอยแล้วครับ ไอ้สาด “กูรักของกู อย่ายุ่ง”

“เออ คร้าบบบบ แต่งเมื่อไหร่บอกกูด้วยนะ แต่ถ้ามินโฮท้องก่อนแต่งไม่ต้องบอกกูนะ กูอาย ขอไม่รับรู้”

“เชี่ย!”

 

 

 

แล้วพวกผมก็ได้เวลาแยกย้ายกันไปคณะใครคณะมันแล้วครับ เช้านี้ผมกับปาร์คแยกกันเรียนคนละวิชา และมีแค่วิชาเดียวด้วย วันนี้ เป็นวันจันทร์ที่เก๋กู้ดจริงๆ ชอบๆ

 

เออ จะว่าไปวันนี้ยังไม่ได้เจอยุนโฮเลยนี่หว่า...มันไม่ได้มาตอนเช้าด้วย หรือว่ามีเรียนบ่าย หรือนัดแล็ปเพิ่มเช้าตรู่ จะไลน์ไปถามมันดีไหมวะ...

 

มานั่งคิดๆดูจะอายทำไมวะ เพื่อนกัน โตมาด้วยกัน เห็นกันมาหมดแล้ว แต่ก่อนก็คุยกันทุกเรื่อง โทรเป็นชั่วโมงยังมีเลย บีบี วอทแอพ ไลน์ก็คุยกันหมดแล้ว แล้วจะลังเลทำไม ไม่ใช่สาวน้อยผู้แอบหลงรักนะเว้ย คิมแจจุง มึงเป็นเพื่อนมัน เพื่อนไอ้เชี่ยยุนโฮมันนนนน

 

 

‘ยุนโฮ มึงอยู่ไหน’

 

ผมพิมพ์ยิกๆลงไปในไอโฟน ก่อนนั่งจ้องโปรเจ๊กเตอร์ต่อ ไม่ถึงนาทีก็มีสัญญาณตอบกลับ

 

‘คณะว่ะมึง เรียนอยู่ ไมวะ’

‘ป่าว กูไม่เห็นมึงเมื่อเช้า นึกว่าไปตายที่ไหน สบายดีอยู่กูก็สบายใจ’

‘ปากเสียสัด แล็ปนัดเพิ่มตอนเข้าเว้ย กูใกล้ตายแล้ว ไอ้เชี่ย’

‘เออ สู้ๆนะมึง เดี๋ยวเจอกัน’

‘ตอนไหน?’

‘ไม่รู้ แหะๆ’

‘เออ ไอ้บ้า มึงก็ตั้งใจเรียนไปไอ้สวย มาไลน์อยู่นั่น เดี๋ยวโดนด่ากูจะขำให้ดู’

‘ครับ คุณชองยุนโฮ’

 

 

กวนตีนมันเสร็จผมก็ล็อคหน้าจอไอโฟนพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว...ผมเหมือนคนบ้าใช่ไหมฮะ? คนมีความรักเป็นแบบนื้ทุกคนใช่ไหม หรือผมคนเดียว อะไรที่เคยธรรมดา อะไรที่เคยปกติ มันกลับกลายเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ที่ทำให้ใจเต้นตลอดเวลาและรู้สึกดีไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงดี

 

อั้ยยะ สงสัยผมคงอ่านการ์ตูนตาหวานมากไปใช่ไหมครับ

 

คือมีความลับครับ อย่าบอกใครนะ แต่เขียนใส่เมล์และกดฟอร์เวิร์ดได้ เย้ยยยย ฮ่าๆ คือช่วงที่ผมสับสนกับความรู้สึก ไอ้เพื่อนๆตัวดีก็พยายามให้ความช่วยเหลือน่ะครับ...ไอ้จองฮุนแม่งไปเหมาหนังรักมาให้ดู ผมกลับมาบ้านเปิดดูแทบอยากจะขับรถไปเผาบ้านแม่งให้ชิบหาย หนังรักพ่องงง หนังรักกันบนเตียงสิไม่ว่า ไอ้สาด! ให้กูนั่งดูผู้ชายเอาหัน ไม่ใช่แผ่นเดียวครับ มาเป็นโหล มันบอกว่ามันใช้เวลาทั้งวันเสาะแสวงหา เออ พ่อมึงสิ

 

ไอ้อาอินก็อีกคน แม่งไปเหมาการ์ตูนมาให้เป็นกล่อง บอกว่าการ์ตูนรัก วันที่ผมเปิดกล่องออกมา เห็นหน้าปกแล้วแทบอ้วก เอาไปเผาทิ้งหลังบ้านแทบไม่ทัน การ์ตูนรักจริงๆครับ รักระหว่างชายกับชาย การ์ตูนวายครับ หลายเรื่องหลายรสหลายแนว ไอ้ห่าเอ้ยยย มึงอีกคน เป็นโรคกันหรือยังไง ไอ้ปาร์คก็เอาไปอ่านหัวเราะคิกๆคักๆ มีความสุขครับ ชอบ มันบอกว่าเพิ่งรู้นะเนี่ยการ์ตูนวายก็แอบสนุก เสื่อมสาด!

 

ผมไม่หวังพึ่งมันสองตัวแล้วครับ ชางมินเองก็ไม่รู้จำทำยังไง และแล้ว ในที่สุด แสงสว่างก็ปรากฏ คนที่ผมไม่นึกว่าจะไหว้วานไม่ได้ กลับสามารถช่วยเหลือผมได้ ปาร์คครับ ปาร์คมันทำได้จริงๆ เอาจริงๆนะครับ ถึงมันจะบ้าๆ บวมๆ เป็นโรค ติสท์ห่าเหวไรไม่รู้ แต่พอถึงเวลามันมักจะช่วยเหลือผมได้เสมอ แม้จะมีวิธีแปลกพิสดารสมกับตัวมันอยู่หน่อย มันเป็นคนที่เข้าใจผมมากที่สุดเลยครับ และมันก็สนิทกับทั้งผมและยุนโฮมากที่สุด พอๆกันอีกด้วย

 

มันปล่อยให้ผมได้คิด มันคอยถาม มันไม่บังคับ ไม่พูดอะไร มันแค่ถามคำถามเดียว ว่า “มึงสามารถจูบกับยุนโฮได้ไหม? ถ้าได้ มึงรักมันแล้ว” เท่านั้นแหละครับ...

 

 

 

ผมนั่งเรียนไปจนจบคาบ โทรศัพท์ก็สั่น ไอ้จองฮุนโทรมาครับ มันคงเลิกแล้ว ผมกดรับสายมันพร้อมยัดหนังสือลงในกระเป๋าหลุยส์ลวกๆ (จิ๊กแม่มาใช้ครับ ฮ่าๆ)

 

 

“ว่าไงจองฮุน”

(สวยคะ สวยพอจะว่างมาหาจองฮุนที่คณะได้ไหมคะ?) ไอ่สาดดดดดดดดดด มึงอย่ามาคะๆขาๆกับกู กูไม่ใช่อีหนูนั่งดริ้งค์

“พ่อมึงตาย”

(อุ้ย เป็นสาวเป็นนางอย่าขึ้นกูขึ้นมึงสิคะ ฮรี่ๆๆๆๆ)

“งั้นมึงนั่นแหละตาย ไอ้เหี้ย”

(โธ่ ล้อเล่นนิดเดียวมึงไม่เห็นต้องแช่งกูกับพ่อเลย เออ มาหากูหน่อย ที่คณะนะ มาแดกข้าวเป็นเพื่อนหน่อย เอาปาร์คมาด้วย อยู่ๆกูก็อยากแดกข้าวกลางวันกับมึงอ่ะ)

“ไอ้สาดดดดดดดด ปาร์คยังไม่เลิกเว้ย อีกชั่วโมง กูจะไปยังไง กูขี้เกียจเดินไป มึงมาหากูเลย”

(ไม่จ้ะ จะกินที่โรงอาหารคณะสินกำเท่านั้น) ไอ้กวนตีน

“ไม่เอาเว้ยยย มาหากูเลย กูไม่เดิน แม่งห่างกับหนึ่งรอบมหา’ลัย คิดหน่อยไหมว่ากูเหนื่อย สัด”

(จะไม่มาก็ตามใจนะคะสวย แต่พี่จองฮุนไม่รับประกันนะคะ ว่าชองยุนโฮจะรู้วันนี้หรือพรุ่งนี้ว่าสวยแอบรักอยู่ แค่นี้นะคะ พี่จองฮุนหิ้วหิว ติ๊ด...)

“พ่องงงงงงงงงงงงงง”

 

ผมได้แต่ยืนหงุดหงิดกับการมัดมือชกนรกๆของจองฮุน ไอ้เวร แม่งบังคับกู กูไม่มีรถ ไม่รู้เหรอไง โฮฮฮฮฮ จะมีใครไปทางนั้นไหมเนี่ย เวรล่ะ...ไม่มี ทุกคนต่างก็กลับบ้านเพราะไม่มีเรียนแล้ว ขอบคุณมากเลย ขอบคุณจริงๆ ไอ้สัด

 

ผมใช้เวลาเกือบสิบห้านาทีในการจ้ำมายังคณะสินกำที่อยู่อีกฟากฝั่งมหา’ลัย ห่างจาก’ถาปัตย์เจ็ดชั่วโคตร เหนื่อยชิบหาย มาถึงแล้วผมก็ได้แต่หอบแดกอยู่หน้าคณะ ไอ้จงฮุนก็ไวเหลือเกิน รีบมากไหมมึง ถลามาหากูขนาดนั้นขอให้สะดุดบันไดหัวทิ่ม

 

“แจจุง ไปกัน”

“ไปไหนมึง...” ผมยังหอบไม่เลิก แม่งจะให้ไปไหนอีก ไหนมึงจะให้กูมาหามึงที่สินกำไง

“ไปคณะอักษรฯ” ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดด พ่อมึงสิ ทำไมไม่นัดกูที่อักษรฯล่ะ ใกล้กว่ากันตั้งครึ่งทาง เหยดดดด

“ไอ้เหี้ย มึงจะเอาไงกับกูเนี่ย แล้วเรียกกูมาทำไม?” ผมจ้องหน้าจองฮุนราวกับจะแดกหัว มันยิ้มครับ กวนตีนไม่เลิก

“กูอยากจะควงมึงไปอักษรฯไง ไปๆ ไปกันนะ ขับรถไปไง” คือนี่มันกวนตีนกูแล้วครับ ไอ้เวร ผมเมดเล่ย์ตบหัวมันก่อนที่มันจะจูงผมไปขึ้นรถ เออ ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะเหนื่อยตายแล้ว

 

“กูเรียกพวกมันมาหมดแล้ว ชางมินรออยู่ที่คณะ มินโฮมาแล้วกับไอ้อาอิน เดี๋ยวปาร์คจะตามมา ส่วนยุนโฮเลิกแล้ว”

“นี่ผีเข้าหรืออะไร ทำไมต้องมาแดกข้าวกลางวันพร้อมกัน นัดกับซะดิบดี มีอะไร”

“เปล๊า”

“อ๋อออออออออ หรือว่าอยากไปหาฮงกี” ผมยิ้มหึๆอย่างชั่วร้าย ไอ้จองฮุนสะอึกครับ สะอึก มันหน้าซีดหน้าแดง ขำสัด

“อะไรของมึง”

“อั้ยยะๆ”

 

ผมนั่งล้อมันไปตลอดทาง จนกระทั่งรถมันเลี้ยวเข้าคณะอักษรฯ แม่งที่จอดรถน้อยสัด คณะนางสนามระดับกลางก็งี้แหละ ไอ้จองฮุนขับวนตึกอยู่สองสามรอบ จนเจอซอกเล็กๆที่พอจะเอารถหรูๆของมันเข้าไปจอดได้ มันตั้งลำเตรียมเข้าจอด แต่ยังไม่ทันไรมันก็เหยียบเบรกเสียตัวโก่ง

 

“ไอ้สวย หลับตา!”

“อ...อะไร”

“พูดไม่รู้เรื่องหรือไง กูบอกหลับตาไงเล่า”

 

ดะ...เดี๋ยว เดี๋ยว อะไร กูทำอะไรผิด ทำไมต้องบอกให้กูหลับตาวะ แล้วจะโกรธกูทำไม ทำไมอยู่ๆอารมณ์เสีย...

 

“อะไรของมึง ทำไมกูจะต้องหลั...บตา............”

 

 

ไอ้จองฮุนตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ ก่อนหักพวงมาลัยแล้วขับออกไปแทบจะทันที สิ่งที่ผมมองเห็นมันคือสิ่งที่ไอ้จองฮุนไม่อยากให้ผมเห็นสินะ แล้วผมก็ดื้อด้าน ดันมองไปเห็นเอง...

 

เห็นยุนโฮยืนจูบกับผู้หญิงคนหนึ่งริมตึก...

 

            ผมเจ็บนะ...รู้ไหม? 

 

 

“ไม่ต้องมอง ไม่ต้องมองเลยนะ” จองฮุนบ่นพึมพำหัวเสีย มันก็คงทำอะไรไม่ถูก ในสมองผมมันโล่ง ว่างเปล่า และวุ่นวายไปหมด มันรู้สึกแย่เอามากๆ เหมือนน้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ออก เหมือนถูกหน่อยลงไปในน้ำพร้อมหินหนักหนึ่งตันจนหายใจไม่ได้ ผมแสบจมูก มันแล่นจี๊ดขึ้นไปถึงศีรษะ ร้อนที่หัวตา ทรมานไปหมด ผมยกมือขึ้นปิดหน้า ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีให้ดูเจ็บปวดน้อยที่สุด เพราะตอนนี้ผมเจ็บปวดที่สุดเลย...

 

 

เราได้ที่จอดใหม่หน้าคณะใต้ต้นไม้ใหญ่ ทันทีที่จองฮุนแกะมือผมออกจากใบหน้า...ผมก็ร้องไห้เสียแล้ว...

 

จองฮุนกอดผมไว้แน่น...

 

 

 

 

 

 

ถ้าผมยังแค่สับสน ไม่ยอมรับใจตัวเองว่าชอบยุนโฮมันเข้าแล้วจริงๆ ผมคงไม่ร้องไห้แบบนี้สินะ...

 
 
 
 
tbc.
 
 
 
 
 
 
.

[FIC] สภาวะทิ้งตัว Part.3 - yoonhojaejoong

posted on 31 Jan 2012 20:16 by wannwann33
.
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

เอาแล้วไงครับ


ความจัญไรมาแล้วครับ มาพร้อมกับพี่จอห์น


จอห์นนี วอล์คเกอร์


ไอ้จองฮุนกับอาอินมาหลังจากชางมินกับยุนโฮประมาณครั้งชั่วโมง ตานี่เยิ้มมาเชียว บ่งบอกว่าแม่งไปแรดกันมาแล้วยกนึงไม่ได้ดูสังขารตัวเองสักเท่าไหร่นัก เออ...อย่าให้กูเรียนสบายบ้างก็แล้วกัน พวกมึงแม่ง เอาเหล้ามาหล่อไม่เห็นใจกูบ้างเลย คนทำงาน เออ...แต่ทำงานไปแดกไปก็ได้นี่หว่า แอร๊ยยย

ฝนยังคงตกครับ ปาร์คโทรไปบอกดูจุนว่าไม่ต้องมาแล้ว เพราะมันใกล้เสร็จแล้ว กว่าดูจุนจะมาก็คงเสร็จพอดี ดูจุนแม่งยิ้มร่าเลย บอกว่างั้นจะไปหาเพื่อนที่ผับ เพื่อนในคณะผมวันนี้ยังไปกรึ๊บกัน อีหน้าไม่อาย ไม่เจียมตัวเอ้ย แม่ง งานจะส่งวันสองวัน ยังจะทำตัว ดูมัน

แต่อย่าไปว่าเขาเลยครับ เพราะในมือผมนี่ พี่จอห์นเต็มๆ ไอ้อาอินนี่ก็สนุกเหลือเกินกับการชงเหล้า เรียกได้ว่าแทบจะลากลังโซดามิกเซอร์เข้าบ้าน คือคนมันอยากก็ห้ามไม่ได้หรอกครับ ต่อให้ต้องฝ่าฝน ลำบากตราดตรำหาซื้อ แต่มันก็ยอมครับ ถ้าได้กินเหล้า ยอมทุกอย่าง

ผมกำลังแปะไม้ส่วนสุดท้ายอยู่ ปาร์คโยนคาร์ดิแกนด์ลงมาคลุมหัวผม ก่อนที่มันจะนั่งลงข้างๆแล้วช่วยผมประกอบส่วนสุดท้าย จองฮุนแม่งลากแอมของปาร์คมาต่อกับกีตาร์ ลีดสายจนหนวกหูไปทั่ว ยังไม่รวมกับเสียงเพลงฮิบฮอพอัปยศของอาอินที่เปิดด้วยโฮมเธียเตอร์เน้นๆอีก พวกมันตั้งวงครับ มือหนึ่งแก้วเหล้า อีกมือจั่วไพ่ แม่ง อย่างสามารถ 

ผมได้แต่ทำหน้าบูด ว่ากูยังต้องทำงาน แต่พวกมันเสวยสุขไม่รอเลยสักนิด โกรธครับโกรธ แต่...เสร็จแล้วโว้ย ผมไปร่วมวงกับเพื่อนๆดีกว่า

อากาศในห้องนั่งเล่นหนาวมากครับ นั่นเป็นสาเหตุที่ผมใช้ปาร์คไปเอาคาร์ดิแกนด์ลงมาให้ คืออย่างงี้ครับ ปาร์คมันเป็นญาติกับเพนกวิ้น หมีขาว หรืออะไรเทือกๆนั้นน่ะครับ แม้จะเป็นวันที่หนาวตับแตก ฟรีซซิ่งจนขนหัวลุก ปาร์คไม่แคร์ครับ มันจะเปิดแอร์และนั่งแช่แอร์อย่างสุขใจมากๆ ผมนี่แทบใส่โค้ทไหมพรมยาวตั้งแต่หัวจรดตีนป้องกันความหนาว

แถมเวลานอนแม่งเปิดทั้งแอร์และพัดลมพร้อมๆกัน แม่งเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ บอกว่าไม่หนาวนอนไม่หลับ ผมอยากจะเอาคีมมาแหกจมูกมัน จัญไร้จัญไร จนกระทั่งผมไม่สบายนั่นแหละ มันถึงยอมปิดพัดลม แต่ก็ยังเปิดแอร์อยู่เหมือนเดิม คือผมไม่เข้าใจจริงๆครับ ว่าคนมันจะติสท์มันต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ หรือว่าหน้าผากมันสะท้อนความร้อนเข้าไปในตัวได้ดีเกินไป เหยดดดดด

“กรุณาฟังๆ ฟังให้จบๆๆ แล้วจะบวกจะลบก็ตามใจ๊!!!!!!” 

เชี่ยจองฮุนแม่งเมาของจริงแล้วครับ ตาอย่างเยิ้ม ผมได้แต่ส่ายหัวอ่อนใจกับความสถุลชาติหมาของเพื่อน จองฮุนไปลากไมค์มาต่อกับชุดโฮม เปิดคาราโอเกะเรียบร้อย 

อาอินครับ แม่งแฟนคลับ แช่ม แช่มรัมย์ตัวจริง ไม่เชื่อดูนะครับ แร็พท่อนฮุกได้อย่างเทพ 

“หลับตาลงก็เห็นแต่ใบหน้าเธอ กี่เช้าตื่นมาก็เจอว่าคิดถึงเธออยู่เป็นประจำ ใจมันก็ลอยออกไปหาเธออยู่ทุกเช้าค่ำ ไม่รู้จะทำยังไง อยากมีเธออยู่เคียงข้างกายให้เธอ เป็นคนรักคนสุดท้ายตลอดชีวิตไม่คิดให้ใคร แค่เธอผู้เดียวที่ใจฉันเห็นว่าใช่ ถ้ายังไม่มีผู้ใดได้ใจก็ถือโอกาสตรงนี้บอกกันซะเลย จะคิดยังไงกับฉัน ก็แล้วแต่เธอ”


เอาเถอะครับ ผมปลงแล้วแบบสาดๆ อย่างน้อยก็ทำงานเสร็จแล้ว ขอเอางานไปเก็บชั้นสูงๆไว้ก่อนที่เพื่อนนรกจะมายุ่มย่ามและพังมัน โดยทั้งเจตนาและไม่เจตนา 

มินโฮกับชางมินกำลังสิงกันอยู่หน้าโซฟาครับ ชาวบ้านเขาป๊อกเด้ง เก้าเก ผัวเมียคู่นี้ไม่สนนนนน มินโฮแม่งคอแดงเป็นจ้ำๆ และถ้าใครไปแซว แม่ด่าครับ ด่าตั้งแต่เจ็ดชั่วโคตร ยันอีกเจ็ดชั่วโคตร ไอ้คนก่อเรื่องก็ไม่ได้จะรู้สึกผิดครับ ชางมินเสือกหัวเราะชอบใจ แล้วยังไง ก็งอนกันอีก ง้อกันอีท่าไหนนี่ผมไม่รู้นะครับ ไม่อยากรู้ด้วย แค่นี้ก็เพลียเกินมนุษย์แล้ว

“ไอ้สวย มานั่งดิ้ เร็วๆ เล่นไพ่หัวขโมย ใครแพ้โดน แดกออน เดอะ ร็อคโชว์รอบวง” ห่าราก ออนเดอะร็อคอีกแล้ว พวกมึงช่วยเจียมบอดี้และสังขารหน่อยว่ามีเรียนอีกสองวัน พ่อมึงตาย จองฮุนตบปุๆลงบนพื้นที่ข้างๆตัวมันครับ เรียกผมไปนั่งด้วย พวกผมเล่นกันหกคน ไม่เอี่ยวมินโฮ คือ มินโฮนั่งบนตักชางมินครับ ไพ่ชุดเดียวกัน แต่ลงโทษก็ลงโทษชางมินคนเดียว กรั่กๆ

ไพ่หัวขโมยเป็นไพ่ฉบับหัวใสที่ไอ้อาอินคิดขึ้นมาครับ ไอ้เรื่องอัปรีย์ๆนี่เก่งนัก เรื่องเรียนนี่ร้องหาชางมินตลอด

ไอ้ชางมินก็บ้าจี้ คงลืมว่าตัวเองอยู่อักษรฯ แม่งไปทำแล็ปให้อาอินหน้าตาเฉย สาดดด เรื่องแบบนี้ก็มีเกิดขึ้นบนโลก กูปลง

ไพ่หัวขโมยมีวิธีการเล่นคือ จะแจกไพ่ให้แต่ละคน คนละสามใบ และหนึ่งในสำรับทั้งหมดจะมีโจ๊กเกอร์ปนอยู่ด้วย ใครถือโจ๊กเกอร์คือหัวขโมยครับ โดยแต่ละคนจะหยิบไพ่จากคนทางขวามือมา ซึ่งจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่ามีไพ่อะไรถืออยู่บ้าง หยิบวนไปสองถึงสามรอบตามแต่ความพอใจ แล้วก็วางไพ่ ใครถือไพ่หัวขโมยก็เสร็จครับ แดกเหล้าเพียวๆให้แสบคอไปตามระเบียบ

รอบแรกผมลุ้นระทึกมาก ผมนั่งอยู่ข้างๆยุนโฮมันครับ ข้างๆผมคือลูกเพร่จองฮุน ยุนโฮหยิบไพ่มาจากปาร์ค ก่อนขมวดคิ้ว...

ฮ่าๆๆๆๆๆ โดนไพ่หัวขโมยชัวร์เลย มึงเอ้ย

มันหันมาแสยะยิ้มให้ผมครับ ไอ้เชี่ย หล่อชิบหายวายวอด หล่อแผ่นดินไหวสะเทือน หล่อหิมะถล่ม หล่อตัวเท่าบ้าน หล่อยิ่งใหญ่กว่าหน้าผากปาร์ค อ๊ากกก ยิ่งชั่วยิ่งหล่อ กูเกลียดมึง ยุนโฮ!

“ไม่ต้องอึ้งสวย กูรู้ว่ายุนโฮมันหล่อ เก็บอาการนิดนึงนะจ๊ะ” จองฮุน ไอ้ปากเปราะ สันดานจริงๆ ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่มัน ก่อนมองไพ่ยุนโฮ เห็นมั้ย? กูลืมเลยว่าไพ่ไหนมีแม่งเพิ่งหยิบมาจากปาร์ค เดี๋ยวกูได้โดนหรอก

“เร็วสิจ๊ะๆ” ปาร์คแม่งยิ้มชั่ว รอยยิ้มแม่งเหมือนกำลังจะนำความหายนะมาให้กู

“เออ” ผมหลับหูหลับตาหยิบมา ก่อนอ้าปากค้างเมื่อแม่งแจ็คพ็อตแตกครับ โจ๊กเกอร์แสยะยิ้มใส่หน้าผมเต็มๆ ไอ้เชี่ยยยยยยยย ซวยตัวเท่าบ้านครับจุดนี้ พรุ่งนี้ผมยังอยากไปเช็คชื่อที่คณะอยู่นะครับ มีเรียนแต่เช้าด้วย โฮโฮโฮโฮ

ผมกลั้นใจ สับไพ่ในมือก่อนหันไปหาจองฮุน ผมพยายามปั้นหน้าให้นิ่งที่สุดแล้วนะ แต่ปาร์คบอกว่าผมเป็นคนโกหกไม่เก่งที่สุดในโลก 

 “มึงมีโจ๊กใช่ไหม ไอ้สวย?” “เปล๊า”

มันขึ้นเสียงสูง ไอ้จองฮุนทำหน้าไม่เชื่อ ก่อนเอื้อมมือมาแตะหัวไพ่โจ๊ก ผมยิ้มร่าอย่างดีใจ จนกระทั่งมันจับสีหน้าออก มันจึงย้ายไปหยิบใบอื่น

สาด พ่อมึงเซ่!


เราวนไพ่กันครบวง เชี่ยเอ้ย...อยู่กะกูเต็มๆเลยเหอะ ตายห่าแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องไปเรียนอ่ะ ไปเช็คชื่อแล้วกลับบ้านเลยก็แล้วกัน พ่อมึง

“วางไพ่”

คำสั่งประกาศิตของปาร์ค ทำให้พวกเราวางไพ่ทั้งสามในมือลงกับพื้น ผมค่อยๆพลิกไพ่ออกอย่างเหนียมอายสุดๆ และแล้วทั้งวงแม่งก็โห่ร้องดีใจราวกับได้ถ้วยรางวัลชนะเลิศกินตับชิงแชมป์โลกมาครอง
เออ อะไรที่กูทุกข์พวกมึงก็แฮปปี้ทั้งนั้นแหละครับ. 

ปาร์คสันดานสุดๆเลยครับ นอกจากจะชอบกวนประสาท และทำตัวจัญไรกับผมแล้ว ตอนนี้มันยังยิ้มร่า หามีดมาฝานเลม่อน วางประเคนคู่กันชีวาสใสๆ ด้วยหน้าหนาและแป้นแล้นสุดๆ หน้ามันมีความสุขมากครับ สุขแบบเหี้ยๆ แบบประมาณว่ากูคงไม่มีวันที่จะมีความสุขได้ขนาดนี้อีกแล้ว

“ออน เดอะ ร็อค! ออน เดอะ ร็อค!”

พวกมึงไม่ต้องกดดันไซโค กูรู้ว่าถึงคราวจะซวย พระเจ้าก็ช่วยไม่ได้ ก็เหมือนปวดขี้อ่ะ จะอั้นก็ไม่ไหว
ผมกลั้นใจยกแก้วเล็กขึ้นแตะริมฝีปาก เสียงหัวเราะยุนโฮดังคลออยู่ข้างๆหู ก่อนที่มันจะยกมือวางบนหัวผมเบาๆ ผมรู้สึกอยากดื่มชีวาสขึ้นมาทันทีเลยครับ ไอ้เชี่ยยย หัวใจเต้นแรงอีกแล้ว จะบ้าตาย อะไรของมึง ยุนโฮ

รวดเดียวครับ ดับกระหาย เอ้ย ดับกระดากอาย ผมซัดแม่งรวดเดียวหมดจนก้นแก้ว แล้วรีบบีบเลม่อนเข้าปากตามแทบจะทันที ไอ้เชี่ย ใสๆ ใสๆห่าไร ร้อนท้องชิบหายเลย ร้อนไปทั้งตัว ต่อให้ผมคอทองแดงขนาดไหนโดนไปแม่งก็เมาบ้างแหละครับ 

“หน้าแดง อายเพราะพี่จองฮุนหล่อเหรอคะ?” ไอ้จองฮุน ไอ้เดนนรก มึงไม่ต้องเสนอหน้ามาล้อกูเลยนะ

“ใครบอกมึง จองฮุน...แจจุงอายเพราะพี่ยุนโฮต่างหากล่ะจ๊ะ” ไอ้ชางมิน กูเห็นมึงนั่งเงียบๆมานาน ก็นึกว่าจะเป็นคนดีนะ พูดทีเสียหมาเลย สาดดดด

“เงียบไปเลย” ผมกระแทกแก้วลงกลางวง ก่อนหยิบชีวาสเทลงไปครึ่งแก้ว

“คราวนี้ ถ้ากูโดนอีก กูเบิ้ลสองเลย ปาร์ค เลม่อน ให้ไว!”

“โอ้ววววว สวย เผ็ด ดุ สาดดดดดดดดดดดดดด” มีโหยหวน เดี๋ยะ แม่จับเจี๋ยนเรียงตัว พ่องงง

ครับ แล้วเกมส์ไพ่หัวขโมยก็ดำเนินไปท่ามกลางเสียงฝนตก รอบนี้ไอ้ชางมินโดนครับ โดนไปครึ่งแก้ว นั่งได้สักพักแม่งก็ดูดคอมินโฮโชว์เพื่อนซะงั้น ไอ้มินโฮที่ไม่ได้เมาอะไรกับเขาก็วีน ตบหน้าไอ้ชางมินดังเพียะ เอาแล้วไง...เชี่ย ชางมินแม่งไม่ยอม จูบโชว์กลางวงเลยครับ จำเลยรักสุดๆ ผมชอบ


หลังจากไอ้ชางมินแก้มแดง มินโฮปากแดงเจ่อไปแล้ว ทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ ถึงชางมินจะกลัวมินโฮ แต่มินโฮมันคงกลัวความหื่นชางมินมากกว่า ไอ้ชางมินนี่ นายกสมาคมคนชอบซั่มแห่งประเทศไทยครับ แม่ง เจ็ดวันเจ็ดท่า อย่างกะเลอซาช่า โปรเคิร์ฟ เจ็ดวันเจ็ดทรง

นั่งเล่นไพ่ไปก็เริ่มเมาแล้วครับ โดนไปคนละรอบสองรอบ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เวลาเมานี่แหละครับ มันส์ แม่งนั่งล้วงความลับกันแบบตั้งแต่สำไล้ใหญ่ยันสำไล้เล็กยันตับถึงลิ้นปี่ 


ฝนหยุดตกแล้วครับ ไอ้ชางมินแม่งก็เริ่มเลย มินโฮเริ่มเมา มันก็เริ่มลวนลามแฟน มือไม่ยอมออกจากเสื้อเลย มินโฮแม่งเซ็กซี่ชิบหายเหอะ แต่ดุโคตร อย่างกะแดกล็อตไวเรอร์ผสมไซบีเรียนไปทั้งคอก


จองฮุนที่นั่งกอดขวดเหล้า ใครจะขอมันเติมขอมันชงต้องกราบไหว้ชาบูมันก่อนนะครับ ด้วยประโยคว่า “ท่านชเวจองฮุนหล่อกว่าชองยุนโฮ” ซึ่งแม่งเมากันหมดแล้ว เลยยอมทำ แม้แต่ยุนโฮยังต้องชาบูไอ้จองฮุนครับ คิดดู  

“เออ ไอ้จองฮุน...เอิ้กส์” ไอ้เชี่ยชางมินเรอซะเสียงดัง กลัวคนไม่รู้เหรอว่าสถุล

“อาไยยยเหยอ” เหยดดด มึงเป็นลูกชายด็อกเตอร์สลัม เป็นน้องชายหนูน้อยอาราเล่อ่อ? จองฮุน

“วันนั้นอ่ะ กูเจอ...”

“เจออาไยย” จำไว้นะเด็กๆ เหล้าทำให้คนดูจัญไรได้ไม่มีที่ติ“เจอมึง...มาคณะกูอ่ะ มาทำอะไร?”

“คณะอักษรฯน่ะนะ...โอยยย กูม่ายด้ายยปายยยยยโว้ยยยย ไม่เชื่อถามฮงกีได้ คริคริ”


ผ่าง!!!!!! เหยดดดดดดดดดดดดด ฟลัคยูว นี่มึงบอกไม่ได้ไป แล้วฮงกีนี่ใครวะ พ่องงง

“ฮาฮาฮ่า ไหนมึงบอกกูววว...ว่าไม่ได้ไปไง แล้วมึงรู้จัก...อึก...ฮงกีได้ยังไง?” ชางมินแม่งหลิ่วตาครับ มันถาม ทั้งๆที่มันซุกหน้ากับซอกคอมินโฮ ผมไม่รู้มินโฮเคลิ้มไหม เพราะมินโฮนั่งหันหน้าเข้าหาชางมิน แล้วก็กอดชางมินไว้ทั้งตัวแล้ว

“ใครคือฮงกี” “เออ ใครวะ?”


ปาร์คกับยุนโฮสามัคคีกับล้วงความลับครับ มันจ้องหน้าชางมินแบบซีเรียสมาก ไอ้อาอินหัวเราะเอิ้กอ้าก สงสัยแม่งกับชางมินรู้อะไรดีๆมาแน่ๆ

“ฮงกีคือดาวคณะอย่างไม่เป็นทางการของอักษรฯเว้ย ฮรี่ๆ”“เดี๋ยว กูไม่เข้าใจ ดาวคณะก็ดาวคณะ ทำไมต้องไม่เป็นทางการ” บอกตรงๆ กูก็งง

“ก็ฮงกีเป็นผู้ชาย...แบบว่า สวยมากอ่ะมึง ตาโตๆ แก้มป่องๆ ปากนุ่มๆ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก เจ็บนะมินโฮ...โอย ชางมินรักมินโฮคนเดียวจ้ะ ไม่เอานะจ๊ะ ไม่กัดผัวนะ ไม่เอา”


เหยดเข้! ไอ้...เชี่ย เมาแล้วยังจะดุได้ แล้วมึงหัดอายพวกกูบ้างก็ได้ แสดงหนังสดให้กูดู กูเกือบเป็นตากุ้งยิงแล้ว

“หาาาาาาาาาาาาาาา”

ทีนี้ล่ะครับ เมดเล่ย์ตกใจทั้งขบวนการ ไอ้จองฮุนผู้ซึ่งเป็นนายกสมาคมฟันแล้วทิ้ง คู่กับนายกสมาคมคนชอบซั่มอย่างชางมิน ผู้เคยมีแต่สาวๆอกไซส์ยักษ์กับสะโพกดินระเบิดไว้ควง มาชอบผู้ชาย แล้ว...แล้ว กูว่าคราวนี้ยาวๆ สาวๆได้อกหักกันทั่วประเทศทั่วราชอาณาจักรถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป (แน่นอนถ้าปาร์ครู้แม่งรู้หมดแน่ครับ ราวกับมีใครเอาถ้วยยัดปากให้แม่งหุบไม่ลง) เอาแล้ว...กูว่าชางมินกับกูสองคนก็หนักแล้ว นี่บวกมึงไปด้วย


เป็นเกย์กันทั้งกลุ่มเลยไหม? แม่ง


“อะไร้ ฮงกีอะไร ไม่เกี่ยวกับกูว้อยยย”

“แหน่ะๆๆๆๆ แนนนน๊” แหม อย่าคิดว่ามึงจะรอด ล้อกูไว้แค่ไหน กูจะล้อมึงกลับเป็นสองเท่าเศษ

“กูไปรู้มาว่าฮงกีแม่งชอบมัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“ไอ้เชี่ยอาอิน หุบปากเลยแม่งงงงงงงงงง” จองฮุนยกมือถีบหลังเพื่อนดังปั่ก

“เชี่ย หยุดเลยจองฮุน ยอมรับความจริงเถอะ กรั่กๆๆๆ”

“ฮงกีชอบกู แต่กูไม่ได้ชอบฮงกีว้อยยยย” หน้าแดงครับ เมาแล้วหน้าแดง เขินยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่

“ปากแบบนี้ ไม่ๆๆๆ สุดท้ายแดกกันเองทู้กรายยยย” ไอ้อาอินแม่งตาเยิ้ม เมาเสร็จแม่งเผาแหลกลาญ

“ไอ้ชางมิน มาคณะกูวันแรกเห็นมินโฮ กูก็รู้แล้วว่าอยากได้ ทำเป็นเข้ม...บอกว่าไม่ชอบๆ ไม่เอาหรอกอย่างมินโฮ”

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก กัดชางมินอีกแล้วมินโฮ ชางมินทำอะไรผิด จ๊ากกกกกกก เจ็บๆๆๆๆๆ ไม่เอา มินโฮ ปล่อยยยย อ๊ากกกกกกก เจ็บบบบบบบ เจ็บโว้ยยยย กูบอกว่าเจ็บไงมินโฮ ปล่อยกู ไม่ปล่อยมึงโดนหนักแน่คืนนี้ ริอาจทำร้ายผัว เย๊ยยยยยยย”


ไอ้เชี่ย รักแรง กัดแรงจริงๆคู่นี้


“สวยขนาดไหนวะ ทำเอาไอ้จองฮุนถึงกับมาหาถึงคณะ” ครับ ปกติสาวๆถ้าจองฮุนไปรับไปส่งผมจะไม่แปลกใจหรอก แต่นี่แม่ง ผู้ชาย ผู้ชายตัวเป็นๆ สวยขนาดไหนขอยล

“สวยสู้มึงไม่ได้หรอกค่ะคนสวย” อาอิน พ่อมึงตาย

“เชี่ยแม่ง อะไรก็เข้ากูหมดดดดด” ผมโวยวาย ก่อนหันไปมองจองฮุน ไม่รู้มันเมาจนหลับ หรืออายจนหลับ แต่คือมันหลับไปเรียบร้อยแล้วครับ หมดสติไปคนแรกเลย

“กูเปิดเฟสบุ้คให้ก็ได้” ชางมินหลังจากตบจูบกับเมียรักเสร็จ ก็หยิบไอโฟนมาเสิร์ชเฟสบุ้คให้พวกผมแต่โดยดี

ไอ้เชี่ย น่ารักสาดดดดดดดดดดดดดด............ฟันธงครับ ฮงกีแค่หลงผิด แค่หลงผิดคิดรักจองฮุนมันครับ อย่าให้ถึงขั้นฟันแล้วทิ้งเลย สงสารจริงๆครับ สวยๆแบบนี้


“มันไปรู้จักกันได้ยังไง?” ยุนโฮเอ่ยถาม“ไม่รู้แฮะ น่าจะตอนงานกีฬาปีหนึ่งมั้งมึง ไอ้จองฮุนขึ้นคอน ฮงกีเป็นเชียร์ลีดเดอร์ คงได้ทำงานร่วมกันอ่ะ” ชางมินว่า “เด็กกิจกรรม”

“เหี้ย ปีหนึ่งเลยเหรอวะ อะไรจะยาวนานขนาดนั้น!” ปาร์คอุทาน

“เออ ฮงกีชอบถามถึงจองฮุน พอรู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทกูอ่ะ กูก็ตงิดๆ ก็เลยลองถาม ทีนี้แม่ง...แจ็กพ็อตแตก”“โอ้โห”

“แต่สานสัมพันธ์กันอีท่าไหนกูไม่รู้นะ คนละท่ากับกูกับมินโฮ โอ้ยยยยยยย มินโฮ กูเจ็บ ไม่เอาจ้ะ ไม่หยิกผัวน้าาา”

 

กูว่ามึงสมควรอ่ะชางมิน ไม่ว่าอะไรมึงก็วกเข้าเรื่องบนเตียงได้ สมแล้วที่เป็นนายกสมาคม



จบจากเรื่องเสื่อมๆผมก็รู้สึกเหมือนน็อคๆ กะจะทิ้งแก้ว ถ้วย ไว้แบบนี้ แล้วก็ค่อยเก็บกวาดพรุ่งนี้ พวกมันสลบกันไปแล้ว แถมยังประกาศกร้าวว่าพรุ่งนี้กูหยุดเรียนแบบหน้าด้านๆ จัญไรจริงๆ อยากแดกก็อยากเอง ยังจะมีหน้าตื่นไม่ไหวอีก ก็สมควรอ่ะ นี่มันตีสองแล้ว มินโฮกับชางมินอพยพกันขึ้นไปนอนบนโซฟา ผมไปหาถุงนอนมาให้จองฮุนกับอาอินด้วยความสมเพช เหลือผม ปาร์ค กับยุนโฮที่ยังพอไหว เราช่วยกันดันแก้วเข้าใต้โต๊ะ ก่อนนั่งถอนลมหายใจมองหน้ากัน


“ไม่ไปมหา’ลัยใช่ไหมพรุ่งนี้” ปาร์คถาม ตาปรือ จมูกบานสาด“ไม่ไป กูนอนล่ะ มึงเอางานไปส่งอาจารย์ฮวางให้กูนะแจจุง กูอุตส่าห์ทำงานให้แล้ว” ไอ้ปาร์คมันว่าครับ ก่อนลากถุงนอนไปข้างๆจองฮุนแล้วล้มตัวลงนอนแทบจะทันที “ปิดไฟด้วย”

มันสั่งผมกับยุนโฮ ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนถดตัวไปเปิดโคมไฟมุมห้องแล้วเดินไปปิดหลอดนีออน ยุนโฮมันยืนหายาแก้แฮงค์อยู่ในห้องครัว ผมเลยเดินตามมันเข้าไป บรรยากาศเงียบๆของบ้านทำเอาเราสองคนอดมองหน้ากันยิ้มๆไม่ได้...

“มึง...”

“อะไร?” ผมถาม พลางค่อยๆแกะกล่องมัฟฟินออกมา แล้วส่งให้ยุนโฮ ยุนโฮมองหน้าผม ก่อนเงยหน้าแล้วยิ้มให้กับผม

“ทำให้กูจริงอ่อ?”

“เออ”

“ขอบใจนะ” มันยิ้มอีกแล้ว อยากจะบ้า มือใหญ่ๆของมันหยิบเอามัฟฟินเข้าปาก เคี้ยวคู่กับกาแฟรอบดึก

“กินกาแฟเดี๋ยวก็นอนไม่หลับ”

“ไม่อ่ะ กูกินกาแฟยังไม่หายง่วงเลย สบายใจได้”

“ง่วงหรือเงี่ยน”

“สาดดด”

มันหัวเราะเบาๆ เรายืนกันคนละฝั่งของเคาน์เตอร์กลางครัว มีโคมไฟสีเหลืองนวลส่องอยู่ ผมยิ้ม มันก็ยิ้ม ยุนโฮมันหล่อจริงๆนะ ถึงจะดูเถื่อนนิดๆไม่สมกับหมอก็ตามที หนามันเรียวเล็ก ผมสีน้ำตาลเข้มซอยสั้นๆ คิ้วเข้ม ใส่ต่างหูทั้งสองข้าง ผมจ้องหน้ามันนิดหน่อย...ก่อนค่อยๆรับมัฟฟินที่มันยื่นมาให้เข้าปาก

“อร่อยไหม?”

“อืม อร่อย” มันยิ้ม

“พรุ่งนี้ตกลงจะไม่ไปเรียนกันทุกคนเลยใช่ไหมเนี่ย มึง...จะไปไหม?”

“หึ ไม่อ่ะ พรุ่งนี้กูมีวิชาเดียว ไม่สำคัญเท่าไหร่” มันว่า พลางหยิบมัฟฟินชิ้นที่สองขึ้นมา ผมเลยหอบกล่องมัฟฟิน เดินนำมันออกจากห้องครัวไปอย่างเงียบๆ เราหยุดกันตรงหน้าประตูกระจกตรงระเบียง ผมกับยุนโฮมองหน้ากันนิดหน่อยเป็นเชิงปรึกษากัน ก่อนที่มันจะเลื่อนประตูกระจกออก

อากาศไม่หนาวมากเท่าไหร่ แต่ก็เย็นเพราะฝนตก ระเบียงตรงนี้ปาร์คมันออกแบบแล้วเรียกทีมช่างมาต่อเติมเอง เป็นระเบียงที่เลื่อนเปิดปิดหลังคาด้านบนได้ วันไหนติสท์ๆอยากนอนดูดาวก็เลื่อนเปิดหลังคาเอา
ฝนหยุดตกได้นานพอสมควร ยุนโฮเลยยอมปีนขึ้นไปเลื่อนไม้กระดานออก ผมล้มตัวลงนอนกับพื้นไม้เย็นๆอย่างช้าๆ ยุนโฮนั่งเหยียดขาพิงกำแพงอยู่ข้างๆ เราต่างคนต่างเงียบ...ไม่พูดอะไรกัน   

“เออ ตอนที่อยู่ในครัว มึงเรียกกู ตอนนั้นจะพูดอะไรนะ” ผมเอ่ยถามทำลายความเงียบระหว่างเราสองคน หัวใจของผมเต้นสงบลงนิดหน่อยแล้ว ยุนโฮหันมามองหน้าผม พลางหยิบอุคุเลเล่ของปาร์คที่วางอยู่บนม้านั่งมาดีดเบาๆ

“อ๋อ...”

“...”

“กูจะบอกว่า เห็นทุกคนบอกว่าฮงกีสวย” 

“อ่าฮะ”

“มึงก็สวย”

“หา...”

“ก็จะพูดแค่นั้นแหละ” มันยิ้มแฉ่ง ทำเอาผมใจสั่น พ่องง! ไม่ฆ่ากูไปเลยล่ะ ยุนโฮฮฮฮฮ

“อะไรของมึง ฮะๆ”

“เปล่า...กูกลัวมึงจะมีแฟนเป็นผู้ชายไง”

“มึงจะบ้าอ่อ?” ผมด่ามันกลบเกลื่อน เราต่างคนต่างยิ้มให้กับตัวเองใต้แสงจันทร์ รู้สึกเขินๆนิดหน่อย...

“เดี๋ยวจะนอนไหนกัน?” มันถาม 

“นอนห้องมั้ง มันเป็นเตียงเดี่ยวสองเตียงอ่ะห้องปาร์ค นอนได้แหละ ถุงนอนหมดแล้ว”

“อืม แล้ว...พรุ่งนี้มึงต้องไปส่งงานใช่ไหม?” 

“อือ”

“กูไปด้วยนะ”

“...”

“...”

“ไปทำไม? ไหนบอกไม่เรียนไง ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวกูแวบไปส่งงาน เช็คชื่อ แล้วเดี๋ยวซื้อข้าวเช้ามาให้”

“มึงหอบทั้งงานมึงงานปาร์คไปส่ง ไม่ไหวหรอกมั้ง”

“...”

“กูขับรถให้ไง”

“...”

“...”

“ตามใจ”






แม่งเอ้ย.

ตลอดเลย ชองยุนโฮ


ปาร์คเคยบอกผม ว่าคนที่มีความรัก จะสวยขึ้นแทบทุกคน...งั้นผม ก็สวยขึ้น เพราะมีความรักใช่ไหมครับ?










 







tbc.

 

.

 

edit @ 31 Jan 2012 20:26:49 by wannwann33

edit @ 31 Jan 2012 20:34:41 by wannwann33